คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 304-305/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อการซื้อขายรถยนต์สำเร็จ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อทันที โดยเลขทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่หลักฐานแห่งกรรมสิทธิ์ แต่เป็นเพียงการควบคุมการใช้ยานพาหนะเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
การซื้อขายรถยนต์นั้น เมื่อการซื้อขายสำเร็จแล้วกรรมสิทธิ+รถยนต์ก็โอนไปยังผู้ซื้อทันที เลขมากมายและทะเบียนรถยนต์นั้นมิใช่เป็นหลักฐานแห่งกรรมสิทธิ ตามกฎหมายแพ่งแต่อย่างใด เป็นเรื่องการควบคุมการใช้ยานพาหนะเท่านั้น
มอบรถยนต์ให้เขาไปขายให้เขาจึงได้จัดการขายไป โดยมอบรถยนต์แก่ผู้ซื้อไปแล้ว และรับชำระราคาบางส่วนแล้ว ดังนี้ ในกรณีเช่นนี้ การซื้อขายก็ดี การตั้งตัวแทนก็ดี กฎหมายมิได้บังคับให้หาหลักฐานเป็นหนังสือ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวนนี้ ศาลพิจารณารวมกัน สำนวนแรกนายสุวิทย์ฟ้องนางบุญมีจำเลยว่า นางบุญมีตกลงขายรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ราคา ๒๕๐๐ บาท มีสัญญาให้โจทก์ชำระราคาให้ครบถ้วนในกำหนด ๘ เดือน โจทก์ได้ตกลงซื้อและชำระราคาแก่จำเลยไปแล้ว ๑๕๐๐๐ บาท คงค้างชำระอีก ๑๐๐๐๐ บาท โจทก์ได้รับมอบรถยนต์แล้ว ต่อมาโจทก์ตกลงขายรถยนต์นี้แก่นายเชงเอี่ยม นางบุญมีจำเลยกลับผิดสัญญาจึงขอให้บังคับจำเลยรับชำระราคารถยนต์อีก ๑๐๐๐๐ บาทแล้ว โอนทะเบียนรถยนต์ให้โจทก์ นางบุญมีต่อสู้ว่าไม่ได้ขายรถยนต์ให้โจทก์ความจริงเป็นรถยนต์ของนายเผ่าประยูร อิศรศักดิ์ ณ อยุธยาเอามาฝากไว้ โจทก์ถามซื้อและยืมรถไปแล้วไม่ส่งคืน
สำนวนหลังนายเผ่าประยูร ฟ้องนายสุวิทย์และนายเซงเอี่ยมเรียกรถยนต์พิพาทคืน
ศาลแพ่งฟังว่า นายเผ่าประยูรได้มอบอำนาจให้นางบุญมีขายรถยนต์คันนี้แทนตน นางบุญมีจึงมีอำนาจขาย และปรากฎว่าได้ส่งมอบรถที่ซื้อขายกัน ได้ชำระราคาบางส่วนแล้ว จึงพิพากษาให้นายสุวิทย์ชนะคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
นางบุญมีและนายเผ่าประยูร ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในสำนวนที่นายเผ่าประยูรเป็นโจทก์นั้นฟ้อง+ว่า นายสุวิทย์ยืมรถไปขับทดลองแล้วไม่ส่งคืน แต่ทางพิจารณากลับได้ความว่า นายเผ่าประยูรได้มอบรถให้นางบุญมีไปขาย และนางบุญมีก็ได้ตกลงขายและมอบรถให้แก่นายสุวิทย์ไปแล้ว ทางฝ่ายผู้ขายต้องแพ้คดี จะกลับมาอ้างว่าการซื้อขายไม่ได้ทำเป็นหนังสือและการตั้งตัวแทนไม่ได้ทำเป็นหนังสือนั้น+ไม่ขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแต่ต้นแล้ว กรณีเช่นนี้กฎหมายมิได้บังคับให้ทำหลักฐานเป็นหนังสือ ข้อฎีกาว่า กรณีนี้ยังไม่ได้มีการโอนทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นทำนองว่า ยังไม่เป็นการซื้อขายเด็ดขาดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าสังหาริมทรัพย์เช่นรถยนต์นี้หาได้มีกฎหมายบังคับว่า นิติกรรมการซื้อขายเป็นโมฆะเมื่อไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ เลขหมายและทะเบียนรถยนต์นั้นมิใช่หลักฐานแห่งกรรมสิทธิตามกฎหมายแพ่งแต่อย่างใด เป็นเรื่องการควบคุมการใช้ยานพาหนะเท่านั้น
ฎีกาของนายบุญมี นายเผ่าประยูร ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 304 - 305/2494
นายสุวิทย์ โหประพัฒน์ โจทก์
นางบุญมี รุยาพร จำเลย
นายเผ่าประยูร อิศรศักดิ์ ณ อยุธยา โจทก์
นายสุวิทย์ โหประพัฒน์ที่ 1 , นายเซงเอี่ยมที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุวิทย์ โหประพัฒน์ · จำเลย - นางบุญมี รุยาพร · โจทก์ - นายเผ่าประยูร อิศรศักดิ์ ณ อยุธยา · จำเลย - นายสุวิทย์ โหประพัฒน์ที่ 1 , นายเซงเอี่ยมที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายกำธร พันธุลาภ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติกรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา