⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 343/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 343/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่มารดาทราบเห็นและยินยอมให้บุตรขายที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันแก่บุคคลอื่น และผู้ซื้อได้ชำระราคาไปแล้ว ย่อมเป็นการแสดงเจตนาที่ทำให้ผู้ซื้อเชื่อโดยสุจริตว่ามารดาไม่เกี่ยวข้องกับที่ดินนั้นอีกต่อไป มารดาจึงไม่อาจกลับมาฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้เพราะเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

ย่อคำพิพากษา

มารดาผู้เป็นเจ้าของที่ดินร่วมกับบุตร ปล่อยให้บุตรไปประกาศรับมรดกที่ดินนี้แต่ผู้เดียว จนเจ้าพนังกานจดทะเบียนไว้แล้ว มารดาก็ทราบ ต่อมาบุตรตกลงขายที่ดินให้บุคคลอื่น มารดาก็รู้เห็นอยู่ด้วย จนยินยอมเอาเงินที่ได้รับจากผู้ซื้อมาไถ่ถอนการขายฝากที่ดินนี้ แม้ภายหลังจะกลับใจโดยมารดาเอาที่ดินไปประกาศขายแก่คนอื่นเสีย แต่เมื่อบุตรคัดค้านและอำเภอสั่งให้มารดาฟ้อง มารดาก็ไม่ฟ้อง จนต่อมาบุตรได้ประกาศขายให้ผู้ซื้อมารดาก็ไม่คัดค้านอย่างไรอีกจนอำเภอจดทะเบียนทำสัญญาซื้อขายให้กันเสร็จไปแล้ว ดังนี้ย่อมถือได้ว่า พฤติการณ์และการกระทำของมารดาทำให้ผู้ซื้อเชื่อโดยสุจริตว่ามารดาคงไม่เกี่ยวข้องกับที่พิพาท ยอมให้บุตรขายได้แล้ว ผู้ซื้อจึงรับซื้อและชำระราคาไป มารดาจะกลับมาฟ้องขอให้ทำลายสัญญาซื้อขายดังกล่าวไม่ได้ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องอ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทจำเลยที่ ๑ ผู้เป็นบุตรได้เอาที่ดินแปลงพิพาทไปทำสัญญาขายให้จำเลยที่ ๒ จึงขอให้ศาลพิพากษาทำลายหนังสือสัญญาซื้อขายนี้และขอให้แสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์แต่ผู้เดียว จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของบิดา ๆ ยกให้จำเลยที่ ๑ การซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๑-๒ เป็นไปโดยสุจริต ศาลชั้นต้นเห็นว่า การซื้อขายระหว่างจำเลยไม่สุจริต จึงพิพากษาให้ทำลายหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินรายพิพาท คำขอนอกนี้ให้ยก จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์จำเลยที่ ๑ มีสิทธิเป็นเจ้าของร่วมที่ดินพิพาท จำเลยที่ ๒ รับซื้อไว้โดยสุจริต โจทก์จะขอให้เพิกถอนทำลายสัญญาซื้อขายไม่ได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่พิพาทนี้เดิมโจทก์และนายช้อยสามีโก่นสร้างมา นายช้อนวายชนม์ จึงตกได้แก่โจทก์ และจำเลยที่ ๑ ผู้เป็นบุตร แต่โจทก์ปล่อยให้จำเลยที่ ๑ ประกาศรับมรดกแต่ผู้เดียว จนเจ้าพนักงานได้จดทะเบียนไว้แล้ว ซึ่งโจทก์ก็รับว่าได้ทราบ และต่อมาจำเลยที่ ๑ ตกลงขายให้จำเลยที่ ๒ โจทก์ก็ได้รู้เห็นด้วย ตลอดจนยินยอมเอาเงินที่ได้รับจากจำเลยที่ ๒ มาไถ่ถอนการขายฝาก แม้โจทก์จะกลับใจไม่ยอมขาย โดยโจทก์ประกาศขายให้ขุนบำรุง ฯ เสียก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ ๑ คัดค้านและอำเภอสั่งให้โจทก์ฟ้อง โจทก์ก็ไม่ฟ้อง ต่อมาจำเลยที่ ๑ ประกาศขายให้จำเลยที่ ๒ โจทก์ทราบแต่ไม่คัดค้านอีก จนอำเภอจดทะเบียนทำสัญญาซื้อขายให้กันเสร็จไปแล้ว ดังนี้ พฤติการณ์และการกระทำของโจทก์ทำให้จำเลยที่ ๒ เชื่อโดยสุจริตว่า โจทก์คงไม่เกี่ยวข้องกับที่พิพาท ยอมให้จำเลยที่ ๑ ขายได้ แล้วจำเลยที่ ๒ จึงรับซื้อและชำระราคาไปแล้ว โจทก์จะกลับมาฟ้องขอให้ทำลายสัญญาซื้อขายดังฟ้องหาได้ไม่ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 343/2494 นางเทียม เมืองวงษ์ โจทก์ นางชุบ เมืองวงษ์ที่ 1 , นายโหงว หรือเหง็ว ริ้วทองที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเทียม เมืองวงษ์ · จำเลย - นางชุบ เมืองวงษ์ที่ 1 , นายโหงว หรือเหง็ว ริ้วทองที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · นนทประชา · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลสุพรรณบุรี - นายวิริยะ เกิดศรี · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา