คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จงใจให้ข้อความอันเป็นเท็จแก่บุคคลที่สาม เพื่อให้บุคคลนั้นดำเนินการในทางเสียหายแก่ผู้อื่น ถือเป็นการละเมิด และผู้ที่ได้รับความเสียหายย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยไปแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านว่า เขาเป็นผู้ร้ายปล้นทรัพย์ฆ่าคน ซึ่งจำเลยรู้อยู่ว่าไม่เป็นความจริง ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านคัดค้านต่อพระอุปัชณาย์ ผู้ใหญ่บ้านมีหนังสือถึงพระอุปัชณาย์ ๆ จึงไม่บวชเขานั้น นับได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดแล้ว พี่ชายของเขาผู้เป็นเจ้าภาพและออกเงินซื้อของในการอุปสมบท ย่อมมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำพระภิกษุกลับเข้าพิธีสระหัวเริ่มอุปสมบท จำเลยบังอาจสมคบกันกล่าววาจาหมิ่นประมาทร้องคัดค้านต่อพระอุปัชณาย์ว่า นายกลับมีคดีติดตัวเรื่องฆ่าคนตาย ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย เมื่อจำเลยกล่าวอ้างคัดค้านขึ้นเช่นนี้ พระอุปัชณาย์จึงไม่อุปสมบทให้พระภิกษุกลับ เพราะผิดวินัยบัญญัติ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของงานได้รับความเสียหายเป็นเงิน ๓๕๐๐ บาท จึงขอให้จำเลยรับผิดชอบใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การปฏิเสธในข้อเท็จจริง และต่อสู้ว่าการจะให้อุปสมบทหรือไม่ อยู่ในดุลยพินิจของพระอุปัชณาย์และโจทก์ไม่เป็นผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง การตั้งใจจะทำบุญเป็นเรื่องของจิตใจ จะมาเรียกค่าทดแทนกันไม่ได้
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ เป็นผู้กล่าวหานายกลับว่า เป็นผู้ร้ายฆ่าคนเป็นเหตุให้พระอุปัชณาย์ไม่อุปสมบทให้นายกลับ ทำให้โจทก์ผู้เป็นพี่ชายและเจ้าภาพต้องเสียหายเพราะได้ลงทุนซื้อสิ่งของไว้ พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๒๕๐๐ บาท
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ใช้ค่าเสียหาย ๑๕๐๐ บาท
จำเลยฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า การที่จำเลยไปแจ้งความต่อผู้ใหญ่บ้านว่า นายกลับเป็นผู้ร้าย ซึ่งจำเลยรู้อยู่ว่าไม่เป็นความจริง และทั้งรู้ด้วยว่าเขาจะจัดการอุปสมบทนายกลับ เพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านคัดค้านต่อพระอุปัชณาย์ ผู้ใหญ่บ้านก็มีหนังสือถึงพระอุปัชณาย์ ๆ จึงไม่บวชให้ เช่นนี้ นับว่าจำเลยได้กระทำละเมิดแล้ว ข้อที่ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายเพราะผู้เสียหายคือนางขิมมารดานายกลับนั้น ก็ได้ความว่าโจทก์เป็นผู้ออกเงินซื้อของในการอุปสมบทรายนี้ ส่วนข้อที่ว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ร้องคัดค้านต่อพระอุปัชณาย์มิให้มีการอุปสมบท แต่กลับสืบว่าจำเลยมีหนังสือร้องเรียนไปยังผู้ใหญ่บ้านเป็นการสืบนอกฟ้อง ก็ได้ความว่า จำเลยนำความไปร้องต่อผู้ใหญ่บ้านเพื่อคัดค้านการอุปสมบท ผู้ใหญ่บ้านจึงมีหนังสือถึงอุปัชณาย์ตามที่จำเลยร้องนั้น จะว่า สืบนอกฟ้องอันเป็นเหตุให้จำเลยต้องเสียเปรียบในเชิงคดีไม่ได้
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2494
นายพร้อม เทพทวี โจทก์
นายพันที่ 1, นายปานที่ 2, นายจันแก้วที่ 3, นางหนูดำที่ 4, นายบุญชิตที่ 5
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายพร้อม เทพทวี · 5 - นายพันที่ 1, นายปานที่ 2, นายจันแก้วที่ 3, นางหนูดำที่ 4, นายบุญชิตที่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา · นิติธรรมประกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายสงวนชัย จุฑาเทพ · ศาลอุทธรณ์ - ม.จ.วุฒิภาคเกษมสันต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา