คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1089/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีละเมิดต้องแสดงโดยแจ้งชัดถึงสภาพแห่งข้อหาว่าจำเลยได้กระทำการอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์อย่างไร จึงจะถือได้ว่ามีมูลฟ้องให้เรียกค่าเสียหายได้
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยฐานละเมิด แต่ตามฟ้องคงกล่าวแต่เพียงว่า โจทก์ได้รับซื้อตึกและที่ดินจากเจ้าของไว้และโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยไปทำสัญญาเช่ากับโจทก์ จำเลยก็เฉยเสีย โจทก์ได้แจ้งว่า โจทก์ได้รับโอนตึกพร้อมทั้งที่ดินรายนี้ให้จำเลยทราบอีกครั้งหนึ่ง จำเลยก็ยังเฉยอยู่อีก ดังนี้ ตามฟ้องไม่มีข้อความอันใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์เลย จึงยังถือไม่ได้ว่า ได้แสดงโดยแจ้งชัด ซึ่งสภาพแห่งข้อหาในมูลละเมิดอันจะเป็นเหตุให้เรียกร้องค่าเสียหายเอาจากจำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางบุญธรรม รักสกุล · จำเลย - นางสุมาลี แซ่หย่ำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ประมูล สุวรรณศร · นนทประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา