⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 158/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยถอนอุทธรณ์ในส่วนของตนเองแล้ว คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในส่วนของจำเลยนั้นย่อมถึงที่สุด โจทก์จะขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยที่ถอนอุทธรณ์มาพิจารณารวมกับจำเลยอื่นอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลแขวงพิพากษาฟ้องโดยวินิจฉัยว่า คดีเกินอำนาจโจทก์มิได้อุทธรณ์ แต่จำเลยกลับอุทธรณ์ว่าศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาคดีนั้นได้ แต่ภายหลังจำเลยบางคนขอถอนฟ้องอุทธรณ์เฉพาะตัว ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยที่ขอถอน ถอนฟ้องอุทธรณ์ไปได้ คงพิจารณาพิพากษาเฉพาะจำเลยคนก่อน แล้วพิพากษาว่าศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ให้ศาลแขวงดำเนินการพิจารณาต่อไป ศาลฎีกาพิพากษายืน ดังนี้เฉพาะตัวจำเลยที่ถอนอุทธรณ์คดีนั้นถึงที่สุดแล้วตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 202 โจทก์จะขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยที่ถอนอุทธรณ์มาดำเนินการพิจารณารวมเป็นคดีเดียวกันจำเลยอื่นตามคำฟ้อง เดิมของโจทก์อีกไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.202

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามฐานปลอมหนังสือและฉ้อโกงตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๒๓, ๓๐๔, ต่อศาลแขวงพระนครใต้ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลแขวงพระนครใต้ ทำการพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว สั่งงดสืบพยานฟังว่า หนังสือที่ปลอมเป็นหนังสือสำคัญในราชการ รูปคดีมีอัตราโทษจำคุกเกินกว่า ๓ ปี ศาลแขวงไม่มีอำนาจพิจารณา จึง พิพากษายกฟ้อง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่า โจทก์ฟ้องเป็นผลดีแก่จำเลยอยู่แล้ว ศาลไม่ควรให้โอกาสโจทก์ฟ้องใหม่ อันจะทำให้จำเลยเสียเปรียบและได้รับโทษหนัก ก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษา จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ขอถอนอุทธรณ์เฉพาะจำเลยทั้ง ๒ ศาลอุทธรณ์อนุญาตแล้ววินิจฉัยปัญหาแห่งคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ และพิพากษาว่า เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ไม่เกินอำนาจศาลแขวง ศาลแขวงรับพิจารณาได้ จึงยกให้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา, - ศาลฎีกาพิพากษายืน ศาลแขวง สั่งนัดสืบพยานโจทก์ต่อไป โจทก์คำร้องขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มาดำเนินการพิจารณาพิพากษารวมเป็นคดีเดียวกับจำเลยที่ ๑ ด้วยศาลแขวงสั่งว่า คดีสำหรับตัวจำเลยที่ ๒ - ๓ ได้ถึงที่สุดแล้ว ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่า คดีสำหรับตัวจำเลยที่ ๒ -๓ นั้น โจทก์มิได้อุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ก็ได้อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ - ๓ อุทธรณ์ คดีสำหรับตัวจำเลยที่ ๒ - ๓ จึงถึงที่สุดแล้สตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๒๐๒ คดีถอนที่จะรื้อฟื้นคดีสำหรับตัวจำเลย ๒ - ๓ มาพิจารณาตามฟ้องเดิมของโจทก์ได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2495 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ พ.ต.สอาด ขนะสุนทร ที่ 1, นายสนั่น นาควัชะที่ 2, นายวิเชียร รัตนรังษี ที่ 3, จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ที่ - พ.ต.สอาด ขนะสุนทร ที่ 1, นายสนั่น นาควัชะที่ 2, นายวิเชียร รัตนรังษี · จำเลย - 3,
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวง - หลวงวิชัยนิตินาท · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิวาทนฤทพุธิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2227/2531ฎีกา 5457/2530ฎีกา 3463/2534ฎีกา 2248/2518ฎีกา 263/2531ฎีกา 13045/2553ฎีกา 985/2481ฎีกา 1339/2524ฎีกา 2114/2539ฎีกา 608/2485ฎีกา 2236/2551ฎีกา 5087/2568ฎีกา 680/2518ฎีกา 853/2490ฎีกา 1390/2514ฎีกา 4310/2536ฎีกา 6007/2531ฎีกา 1673/2522ฎีกา 676/2543ฎีกา 248/2503ฎีกา 430/2483ฎีกา 14791/2555ฎีกา 4093/2530ฎีกา 1117/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา