คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2248/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์และศาลอนุญาตให้ถอนอุทธรณ์ได้แล้ว ศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่ต้องส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์อีกต่อไป
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต จำเลยฝ่ายเดียวยื่นอุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้แล้ว ต่อมาก่อนที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์ได้ ดังนี้ ศาลชั้นต้นยังมีหน้าที่ต้องส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง และปัญหาข้อนี้แม้จะไม่มีฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 13/2518)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์และฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๒๘๘,๒๘๙,๓๔๐
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนยิงนายเอนกโดยเจตนาฆ่า ส่วนข้อหาปล้นทรัพย์พยานโจทก์ไม่เห็นจำเลยกับพวกเอาทรัพย์ไป พิพากษาว่าจำเลยความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๘๓ ให้จำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต ข้อหาอื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ก่อนที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอถอนอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์ได้ ให้ส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจาณาความอาญา มาตรา ๒๔๕
ศาลอุทธรณ์ปรึกษาแล้วเห็นว่า พยานโจทก์ทั้งปวงตกอยู่ในความสงสัยว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
คดีมีปัญหาว่า เมื่อจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ดังกล่าวและศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์ได้ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นย่อมเด็ดขาด คดีถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๒ หรือว่าคำพิพากษาคดีนี้จะยังไม่ถึงที่สุด ซึ่งศาลชั้นต้นยังมีหน้าที่ต้องส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๕๕ เป็นปัญหาข้อนี้แม้จะไม่มีฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้
ปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาได้พิจารณาโดย ที่ประชุมใหญ่แล้ว มีมติว่า ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๕๕ วรรคสอง
ส่วนข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ไม่มั่นคงให้เชื่อได้แน่ว่าจำเลยได้กระทำผิด
พิพากษายืน
(สนับ คัมภีรยส รื่น วิไลชนม์ สมชัย ทรัพยวณิช)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2248/2518
พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์
นายประเสริฐหรือประดิษฐ์ ขันธิกร หรือเรืองศิริ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายประเสริฐหรือประดิษฐ์ ขันธิกร หรือเรืองศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายศุภนิติ กิจวรวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจินดา บุญศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา