⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1390/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1390/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ประสงค์จะถอนอุทธรณ์ ศาลจะจำหน่ายคดีเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับอุทธรณ์เท่านั้น ไม่ใช่จำหน่ายคดีทั้งสิ้น.

ย่อคำพิพากษา

คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ การที่โจทก์ผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องฉบับหนึ่งว่า ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฟ้องแล้วต่อมาได้ยื่นคำร้องอีกฉบับหนึ่งว่าที่ว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปจึงขอถอนฟ้องนั้น เกิดจากความบกพร่องและเข้าใจผิด ความจริงโจทก์ไม่มีความประสงค์จะดำเนินคดีนี้ต่อไป จึงขอถอนอุทธรณ์ ไม่ใช่ขอถอนฟ้อง ดังนี้ ต้องถือว่า โจทก์ประสงค์ที่จะถอนอุทธรณ์เท่านั้นไม่เจตนาที่จะขอถอนฟ้องคดีด้วย การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีโดยอาศัยเหตุที่โจทก์ขอถอนฟ้อง และขอถอนอุทธรณ์ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้องตามคำร้องขอของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.35 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.202

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาท ใส่ความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ฐานหนึ่งและฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ อีกฐานหนึ่ง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งคดีมีมูลตามฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖ จำคุก ๓ เดือน และปรับ ๕๐๐ บาท รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๑ ปี โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ ด้วย และขอไม่ให้รอการลงโทษจำคุกให้จำเลย คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๓ โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฟ้องศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นสอบถามจำเลยแล้ว จำเลยแถลงไม่คัดค้านต่อมาวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ โจทก์ยื่นคำร้องอีกฉบับหนึ่งว่า ตามที่โจทก์ยื่นคำร้องว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีนี้ต่อไป จึงขอถอนฟ้องนั้นเกิดจากความบกพร่องและเข้าใจผิด ความจริงโจทก์ไม่มีความประสงค์จะดำเนินคดีนี้ต่อไป จึงขอถอนอุทธรณ์ไม่ใช่ขอถอนฟ้อง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องและถอนอุทธรณ์ คำร้องลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม๒๕๑๓ ถือว่าเป็นคำร้องขอถอนฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ขอถอนฟ้องได้ก่อนคดีถึงที่สุด และจำเลยไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๕ วรรค ๒ ส่วนคำร้องลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ เป็นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ในข้อหาฐานแจ้งความเท็จอนุญาตให้โจทก์ถอนอุทธรณ์ในข้อหานี้ด้วยจำหน่ายคดี โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดในคำร้องลงวันที่๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ ว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีในชั้นศาลอุทธรณ์ไม่ใช่โจทก์ขอถอนฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทใส่ความหรือให้ลบล้างคำพิพากษาศาลชั้นต้นขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งใหม่ให้เป็นไปตามเจตนาของโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๗ และขอไม่ให้รอการลงโทษจำเลยสำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖ แม้คำร้องของโจทก์ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๓ จะมีข้อความว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีนี้ต่อไปจึงขอถอนฟ้องก็ตาม แต่เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า โจทก์จะถอนฟ้องฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้ นอกจากจะถอนอุทธรณ์ และว่าโจทก์ถอนฟ้องอุทธรณ์ความผิดฐานหมิ่นประมาท ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ได้ แต่ให้สอบถามจำเลยว่าจะคัดค้านหรือไม่ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ดังกล่าว ในวันที่๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ และสอบถามจำเลยในวันนั้นจำเลยแถลงว่าไม่คัดค้าน โจทก์ยื่นคำร้องในวันเดียวกันนั้นว่า ตามที่โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๓ ว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีนี้ต่อไปจึงขอถอนฟ้องนั้นเกิดจากความบกพร่องและเข้าใจผิด ความจริงโจทก์ไม่มีความประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนอุทธรณ์ มิใช่ขอถอนฟ้องเห็นว่า คำร้องของโจทก์ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ ชี้ให้เห็นเจตนาชัดแจ้งของโจทก์ในการยื่นคำร้องลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๓ ว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ในข้อหาฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานและไม่ติดใจจะขอให้ศาลอุทธรณ์แก้ดุลพินิจของศาลชั้นต้นเท่านั้น หาใช่โจทก์ประสงค์จะถอนฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้ว และจำเลยหาได้อุทธรณ์สำหรับความผิดฐานนี้ไม่ ทั้งคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๓ และฉบับลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ มิได้มีข้อความว่า โจทก์ประสงค์จะถอนฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ด้วย ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าคำร้องลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๓ ถือว่าเป็นคำร้องขอถอนฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามเสียด้วย จึงยังไม่ถูกต้อง ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ และให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในเรื่องนี้ใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1390/2514 นายจำเนียร เหมะรัต ที่ 1 นางอุดมศรี อดุลย์สารภัณฑ์ ที่ 2 โจทก์ นายสังวรณ์ ศุภดิษฐ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจำเนียร เหมะรัต ที่ 1 นางอุดมศรี อดุลย์สารภัณฑ์ ที่ 2 · จำเลย - นายสังวรณ์ ศุภดิษฐ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · สุธรรม วรรณแสง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายธรรมนิตย์ วิชญเนตินัย · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย รชตะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา