⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 46/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องสอดที่อ้างว่าตนมีสิทธิในทรัพย์สินที่พิพาทโดยลำพัง ไม่สามารถขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมในคดีได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยบุกรุกทึ่ดินของโจทก์ ขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินนั้นเป็นของโจทก์และให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกไป จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดชั้นพิจารณาในวันสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว มีผุ้ร้องสอด ร้องสอดเข้ามาว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์หรือจำเลยแต่เป็นของผู้รวมกับจำเลยในคดีนั้นด้วย ดังนี้ เป็นเรื่องผู้ร้องสอดตั้งสิทธิของผู้ร้องสอดขึ้นมาเองโดยลำพัง ไม่ชอบที่จะขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 57 (2) ศาลย่อมไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยรวมด้วยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ และให้จำเลยกับบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดในชั้นพิจารณา ในวันนัดสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว นายเทน นางวงษ์ร้องสอดเข้ามาว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่เป็นที่ดินของโจทก์และจำเลย เป็นที่ดินของผู้ร้อง ซึ่งได้ถือสิทธิครอบครองมาหลายปีแล้ว เพื่อความรับรองและคุ้มครองสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทของผู้ร้องๆจึงของเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยในคดีนี้ ศาลชั้นต้น สั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องสอด โดยเห็นว่ายังไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะร้องสอดเข้ามา ผู้ร้องอุทธรณศาลอุทธรณ์เห็นว่าผู้ร้องสอดเพิ่งมายื่นคำร้องของเข้าเป็นจำเลยร่วใ เมื่อจำเลยยัดยื่นคำให้การแล้วประกอบทั้งข้อมูลที่ผู้ร้องจะต่อสู้คดี ก็เป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกับฟ้องของโจทก์ ถ้าที่ดินเป็นของผู้ร้องๆย่อมมีสิทธิที่จะต้องร้องว่ากล่าวได้ตามกฎหมายอีกส่วนหนึ่งต่างหาก จึงพิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้ออ้างในคำร้องผู้ร้องไม่ชอบที่จะขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๕๗(๒) และตามมาตรา ๕๘ วรรค ๒ ผู้ร้องสอดจะใช้สิทธิอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่มีอยู่แก่คู่ความฝ่ายที่ตนเข้าชอบในชั้นพิจารณาเมื่อตนรองสอด ทั้งต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเช่นว่านั้นในทางที่ขัดกับสิทธิของจำเลยด้วย ก็เมื่อคดีนี้ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ อันไม่อาจยื่นคำให้การต่อสู้คดี และนำสืบพยานฝ่ายตนต่อไปแล้ว เช่นนี้ผู้ร้องสอดก็ย่อมหมดสิทธิที่กล่าวนี้ไปด้วย ศาลล่างทั้งสองไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมในคดีนี้ เป็นการชอบแล้ว จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2495 นางหล่อน นางวงษ์ (หญิงหม้าย) โจทก์ นางเม็ง ตุ้มทรัพย์ จำเลย นายเทน นางวงษ์ ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหล่อน นางวงษ์ (หญิงหม้าย) · จำเลย - นางเม็ง ตุ้มทรัพย์ · ผู้ร้องสอด - นายเทน นางวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · ธรรมบัณฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีษะเกษ - นายพิลัณห์ ลีตะเวทย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติกรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6146/2550ฎีกา 2573/2520ฎีกา 5716/2539ฎีกา 1460/2567ฎีกา 6627/2560ฎีกา 172/2520ฎีกา 1737/2494ฎีกา 75/2509ฎีกา 2128-2129/2522ฎีกา 4477/2529ฎีกา 3305/2534ฎีกา 7237/2537ฎีกา 676-689/2498ฎีกา 2073/2542ฎีกา 270/2486ฎีกา 760/2494ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา