คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับจำนองที่ดินซึ่งได้ครอบครองทรัพย์สินที่จำนองโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาจะเอาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลาสิบปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์
ย่อคำพิพากษา
จำนองที่ดิน (มีโฉนด) ไว้แก่เขาและมอบให้เขาครอบครองเก็บประโยชน์ต่างดอกเบี้ย ภายหลังผู้จำนองได้และที่ดิน ที่จำนองให้เป็นสิทธิแก่ผู้รับจำนอง และผู้รับจำนองได้ครอบครองต่อมาโดยถือสิทธิเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปี ดังนี้ ผู้รับจำนองย่อมได้กรรมสิทธิในที่ดินนั้น ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1382./
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ได้จำนองที่ดินมีโฉนดของโจทก์ไว้แก่จำเลย เป็นเงิน ๕๐๐ บาท บัดนี้ขอไถ่ถอนจากจำเลย ๆ ไม่ยอม จึงขอ ให้ศาลบังคับ
จำเลยให้การว่า โจทก์จำนองจริง แต่โจทก์มอบที่ดินให้จำเลยเด็ดขาดแล้ว
ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์มอบที่ดินให้จำเลยเกิน ๑๐ ปีแล้ว จำเลยจึงได้กรรมสิทธิตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๓๘๒ พิพากษา ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ที่พิพาทนี้โจทก์จะได้ทำสัญญาจำนองไว้แก่จำเลยและมอบให้จำเลยครอบครองเก็บประโยชน์ต่าง ดอกเบี้ยมาในชั้นแรกก็ดี แต่ตามทางพิจารณา คดีมีพฤติการณ์และเหตุผลควารเชื่อว่า ต่อมาโจทก์ได้สละที่รายนี้ให้เป็น สิทธิแก่จำเลย และจำเลยได้ครอบครองโดยถือสิทธิ เป็นเจ้าของมากว่า ๑๐ ปีแล้ว ฯลฯ
จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2496
นางชุ่ม เนตรรัฐถา โจทก์
นายทองอยู่ ภุชชงค์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางชุ่ม เนตรรัฐถา · จำเลย - นายทองอยู่ ภุชชงค์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยการณ์โกวิท · ธรรมบัณฑิต · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครนายก - นายแสวง ยะสารวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา