⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1078/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ค่าปรับเมื่อผิดสัญญา คือ ค่าสินไหมทดแทนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า * การที่ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเมื่อผู้ขายผิดสัญญา ไม่ได้หมายความว่าผู้ซื้อต้องใช้สิทธิทันทีจึงจะได้ค่าปรับ * นิติบุคคลอาจทำนิติกรรมโดยกรรมการลงชื่อตามข้อบังคับ หรือโดยตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจ หรือที่บริษัทเชิดให้กระทำการแทน * การที่ลูกหนี้ชำระหนี้ไม่ครบจำนวน ไม่เข้ากรณีที่เจ้าหนี้ต้องบอกสงวนสิทธิไว้เพื่อเรียกเบี้ยปรับ

ย่อคำพิพากษา

ข้อตกลงที่เรียกกันว่า "ค่าปรับ" เมื่อผิดสัญญานั้น ก็คือค่าสินไหมทดแทนที่กำหนดกันไว้ล่วงหน้านั่นเอง ข้อความในสัญญามีความว่า "ฯลฯ หากปรากฎว่าผู้ขายไม่ส่งมอบไม้ให้กับผู้ซื้อให้ครบภายในเวลาดังกล่าวข้างต้น ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาทันที ฯลฯ" นั้นหมายความว่าเป็นความตกลงให้ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเท่านั้น หาใช่เป็นบทบังคับว่าผู้ซื้อจะต้องใช้สิทธิ ทันที่จึงจะได้ค่าปรับไม่ การที่ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาแต่ยังไม่ใช้สิทธินั้น ผ่อนผันให้ผู้ขายได้แก้ตัวโดยเห็นใจผู้ขายต่อมาโดยความขอร้องของผู้ขายนั้นหาทำให้ผู้ซื้อหมดสิทธิเรียกค่าปรับในที่สุดอย่างใดไม่ การที่บริษัทอันเป็นนิติบุคคลจะทำนิติกรรมใดนั้นอาจกระทำได้โดยผู้แทนของบริษัท คือกรรมการลงชื่อตามจำนวน และประทับตราตามข้อบังคับของบริษัทนิติบุคคล แต่บริษัทนิติบุคคลก็ย่อมมีตัวแทน หรือเชิดให้ผู้อื่นเป็นตัวแทนไปกระทำนิติกรรมอันผูกพันบริษัทได้เหมือนกัน ฉะนั้นแม้ข้อบังคับของบริษัทจะมีว่ากรรมการต้องลงนาม 2 คน จึงจะทำการแทนบริษัทได้ แต่เมื่อกรรมการผู้จัดการ เพียงคนเดียวไปลงลายมือชื่อลงในสัญญาและประทับตราของบริษัทกำกับไว้ อันจะเถียงไม่ได้ว่าได้ทำในฐานะตัว แทนของบริษัท และบริษัทก็ได้รับเอาผลของนิติกรรมนั้นตลอดมาด้วยดังนี้ บริษัทจะปฏิเสธความรับผิด เมื่อถึง คราวจะต้องรับผิดหาได้ไม่ ป.ม.แพ่งฯมาตรา 381 วรรค 3 ที่มีข้อความว่า "ถ้าเจ้าหนี้ยอมรับชำระหนี้แล้ว จะเรียกเอาเบี้ยปรับได้ต่อเมื่อได้ บอกสงวนสิทธิไว้เช่นนั้น " นี้หมายความว่า ลุกหนี้ได้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้โดยสิ้นเชิงแล้ว ถ้าลูกหนี้ยังชำระหนี้ให้ เจ้าหนี้ไม่ครบจำนวน กรณีก็ยังไม่เข้ามาตรา 381 วรรค 3.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.380 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1144

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๑ โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดเหมือนกันได้ทำสัญญาซื้อขายไม้ กะบาก โดยโจทก์เป็นผู้ซื้อและจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขาย ครั้นครบกำหนดจำเลยที่ ๑ ส่งไม้ให้โจทก์ไม่ได้ตามสัญญา ได้ตกลง เลื่อนกำหนดไปอีก ก็ยังส่งไม้ไม่ได้ โจทก์จะเลิกสัญญา แต่จำเลยขอเพิ่มเติมสัญญา จึงตกลงทำสัญญาซื้อขายไม้เพิ่มลง วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๔๙๒ โดยมีเงื่อนไขว่าโจทก์ยอมให้จำเลยที่ ๑ ส่งไม้ให้โจทก์ได้จนถึงสิ้นเดือนเมษายน ๒๔๙๒ โดยจำเลยที่ ๑ ยอมเสียค่าภาษีศุลกากรเท่าที่มีให้โจทก์ ถ้าผิดสัญญานอกจากจะต้องคืนเงินล่วงหน้าและค่าปรับตามสัญญาแล้ว จำเลยที่ ๑ ยังต้องให้เงินอีก ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นค่าทดแทนในการต่ออายุสัญญา ทั้งนี้โดยจำเลยที่ ๒ -๓ เป็นผู้ค้ำ ประกัน หลังจากทำสัญญาเพิ่มเติมแล้ว จำเลยที่ ๑ ส่งไม้ให้โจทก์ ๒ คราวยังไม่ครบจำนวน แล้วจำเลยก็ไม่ได้ส่งไม้ให้โจทก์อีก เลย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและให้จำเลยที่ ๑ คืนเงินล่วงหน้า ถ้าชำระค่าปรับตามสัญญารวมเป็นเงิน ๙๘,๗๙๐ บาท ๙๘ สตางค์ ขอให้จำเลยทั้ง ๓ ชำระพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ปฏิเสธความรับผิดหลายประการ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยรับผิดตามสัญญาเต็มตามฟ้อง ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ - ๓ ใช้แทน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อพ้นกำหนดสิ้นเดือนเมษายน ๒๔๙๒ แล้ว การส่งไม้ก็ยังทำได้ไม่ครบจำนวนตามสัญญา โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาซื้อขายและเรียกร้องเงินล่วงหน้าที่รับไปกับค่าปรับตามจำนวนที่ขาด จำเลยฎีกาว่า กรณีนี้เป็นเรื่องเบี้ยปรับศาลจะพิพากษาบังคับเป็นเรื่องผิดสัญญาหรือเอาค่าเสียหายไม่ได้ เป็นเรื่องต่างไปจากคำฟ้อง ข้อตกลงตามสัญญา นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อตกลงที่เรียกกันว่า "ค่าปรับ" นั้น ก็คือค่า สินไหมทดแทนที่กำหนดไว้ล่วงหน้านั่นเอง จำเลยเถียงอีกว่า ตามสัญญาโจทก์จะมีสิทธิได้เบี้ยปรับต่อเมื่อโจทก์ได้ใช้เสิทธิเลิกสัญญาทันที่ แต่เรื่องนี้โจทก์ยอมให้ ผัดผ่อนต่อมาอีกหลายเดือน โจทก์หมดสิทธิเรียกค่าปรับนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อสัญญามีความชัดอยู่แล้วว่า "หาก ปรากฎ ว่าผู้ขายไม่ส่งมอบไม้ให้กับผู้ซื้อครบภายในเวลาดังกล่าวข้างต้น ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาทันที ฯลฯ" แสดงว่า เป็นความตกลงให้ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเท่านั้น หาใช่เป็นบทบังคับว่าผู้ซื้อจะต้องใช้สิทธิทันทีจึงจะได้ค่าปรับไม่ การที่โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาแต่ยังไม่ใช้สิทธินั้นผ่อนผันให้จำเลยได้แก้ตัวโดยเห็นใจจำเลย ต่อมาโดยความร้อง ขอของจำเลยนั้น หาทำให้โจทก์ขาดสิทธิเรียกค่าปรับในที่สุดอย่างใดไม่ ข้อโต้เถียงของจำเลยอีกข้อหนึ่ง คือ ในสัญญามีชื่อพระสารสาสน์ประพันธ์ ลงนามแต่ผู้เดียว แม้จะประทับตราของบริษัทก็ หาผูกพันบริษัทหัวหิน จำกัด จำเลยที่ ๑ ไม่ เพราะตามข้อบังคับของบริษัทกรรมการจะต้องลงนาม ๒ คน จึงจะทำการแทน บริษัทได้ และทำนองเดียวกันการบอกเลิกสัญญาซื้อขายรายนี้ นายเติมกรรมการบริษัทโจทก์ ก็ลงนามโดยไม่ได้ประทับ ตราบริษัท จึงถือไม่ได้ว่าบริษัทหัวหิวได้ทำสัญญากับโจทก์ และโจทก์ได้บอกเลิกสัญญา ในข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า การทำ นิติกรรมใด แม้จะไม่ได้กระทำโดยการแสดงเจตนาของผู้แทนบริษัทคือกรรมการลงชื่อตามจำนวนและประทับตราตาม ข้อบังคับของบริษัทก็ดี แต่นิติบุคคลก็ย่อมมีตัวแทนหรือเชิดให้ผู้อื่นเป็นตัวแทนไปกระทำนิติกรรมนั้นๆ อันผูกพันบริษัท ได้ กรณีนี้พระสารสาสน์ประพันธ์ในฐานะกรรมการผู้จัดการของบริษัทได้ลงลายมือชื่อลงในสัญญาและประทับตราของ บริษัทหัวหินจำกัดกำกับไว้ แม้จะเถียงว่าไม่ได้ทำแทนบริษัท แต่ก็จะเถียงไม่ได้ว่าไม่ได้ทำในฐานะตัวแทนของบริษัท ทั้งบริษัทก็ได้รับเอาผลของนิติกรรมนั้นตลอดมา บริษัทจะปฏิเสธความรับผิดเมื่อถึงคราวจะต้องรับผิดหาได้ไม่สำหรับ กรณีบอกเลิกสัญญาซื้อขายก็เช่นเดียวกัน จำเลยจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ฟังหาขึ้นไม่ อีกข้อหนึ่ง จำเลยอ้างว่า โจทก์ยอมรับไม้ไว้ ๒ คราวโดยสงวนเรียกร้องเบี้ยปรับไว้แต่ประการใดนั้น ตาม ป.ม.แพ่ง มาตรา ๓๘๑ วรรค ๓ มีข้อความว่า "ถ้าเจ้าหนี้ยอมรับชำระหนี้แล้วจะเรียกร้องเอาเบี้ยปรับได้ต่อเมื่อได้บอกสงวนสิทธิ ไว้ เช่นนั้นในเวลาชำระหนี้" นี้หมายความว่า ลูกหนี้ได้ชำระให้แก่เจ้าหนี้โดยสิ้นเชิงแล้ว แต่กรณีในคดีนี้จำเลยยังขาดการ ส่งมอบไม้อยู่อีก ๕๒ ตันเศษ จะเรียกว่าจำเลยได้ชำระให้แก่โจทก์แล้วหาได้ไม่ ฯลฯ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2496 บริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด โจทก์ บริษัทหัวหิน จำกัด ที่ 1, พระสารสาสน์ประพันธ์ ที่ 2, นายขวัญ จารุรัตน์ ที่ 3,

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด · 3, - บริษัทหัวหิน จำกัด ที่ 1, พระสารสาสน์ประพันธ์ ที่ 2, นายขวัญ จารุรัตน์ ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ประศาสน์วินิจฉัย · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3518/2524ฎีกา 581/2501ฎีกา 3796/2540ฎีกา 707/2507ฎีกา 1345/2532ฎีกา 458/2535ฎีกา 591/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 1471/2542ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2753/2523ฎีกา 2821/2522ฎีกา 8688/2551ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3414/2541ฎีกา 114/2536ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 5434/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา