⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1132/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีหน้าที่นำสืบให้ได้ข้อเท็จจริงว่าตนมีเหตุอันควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษที่ตนอ้าง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยเช่าอาศัย ย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุม ค่าเช่า ฯลฯ คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า จำเลยได้เข้าอยู่ในห้องพิพาทโดยมีทะเบียนสำมะโนครัวจำเลยได้ทำการค้าขายอยู่ ในห้องพิพาทตั้งแต่ พ.ศ. 2489 ได้เสียภาษีร้านค้าและภาษีป้าย ก่อนนั้นจำเลยไม่ได้เสียภาษีร้านค้าและไม่มีป้าย จำเลยไม่มีที่อยู่อาศัยแห่งอื่นอีก นอกจากห้องพิพาทของในร้านของจำเลยมีผ้า เครื่องสำอางค์และของเบ็ตเตล็ด ต่าง ๆ ราคารวมทั้งสิ้นประมาณสองหมื่นบาท. คู่ความต่างไม่สืบพยาน ดังนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยอ้างความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คมวบคุมค่าเช่าฯ อันเป็นกฎ หมายพิเศษ จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบว่า ตนมีเหตุอันควรได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.นั้น เพราะข้อเท็จจริงที่รับ กันดังกล่าว ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้รับความคุ้มครองจึงต้องพิพากษาขับไล่จำเลยออกจากห้องพิพาท./

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยต่อสู้ว่า เช่าอยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า จำเลยได้เข้าอยู่ในห้องพิพาทโดยมีทะเบียนสำมะโนครัวจำเลยได้ทำการค้าขายอยู่ใน ห้องพิพาทตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๙ ได้เสียภาษีร้านค้าและภาษีป้าย ก่อนนั้นจำเลยไม่ได้เสียภาษีร้านค้า และไม่มีป้าย จำเลย ไม่มีที่อยู่อาศัยแห่งอื่นอีก นอกจากฟ้องพิพาท ของในร้านของจำเลยมีผ้า เครื่องสำอางค์ และของเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ มีราคา รวมทั้งสิ้นประมาณสองหมื่นบาท เมื่อคู่ความแถลงรับกันแล้ว ต่างแถลงไม่สืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยอ้างความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษจำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบ ว่าตนมีเหตุอันควรได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.นั้น ข้อเท็จจริงที่รับกันคงฟังได้ว่า จำเลยไม่มีที่อยู่อาศัยแห่งอื่นอีก แต่ยังไม่พอที่จะฟังว่า โจทก์ยอมรับว่าจำเลยได้เช่าห้องพิพาทเพื่ออยู่อาศัยและตามพฤติการณ์ที่จำเลยแถลงรับว่า จำเลย ได้เสียภาษีร้านค้า ภาษีป้าย ทำการค้าขายในห้องพิพาท มีผ้า เครื่องสำอางค์ และของเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ มีราคาประมาณ สองหมื่นบาทนั้น เป็นการแสดงอยู่ว่า จำเลยได้ใช้ห้องพิพาทประกอบการค้า จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2496 นางประยูร เงินแย้ม โจทก์ นายจิ้น หรือยู่ควร แซ่โล้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประยูร เงินแย้ม · จำเลย - นายจิ้น หรือยู่ควร แซ่โล้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายเจริญ ปันยารชุน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประจักษ์ศุภอรรถ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2135/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 848/2534ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา