⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1255/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายที่ดินมือเปล่าที่ผู้ขายได้รับเงินครบถ้วนและส่งมอบการครอบครองให้แก่ผู้ซื้อแล้ว ถือว่าผู้ขายเจตนาสละการครอบครองและไม่ยึดถือที่ดินนั้นต่อไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นที่ไม่มีหนังสือสำคัญ ซึ่งโจทก์ได้สิทธิครอบครองโดยซื้อมาจากผู้มีชื่อ และโจทก์ได้เข้าครอบครองในที่นั้นแล้ว จำเลยให้การว่าจำเลยได้เข้าไปบุกร้างถางป่า ตรงที่พิพาททำมรรคผล กับปลูกเรือนอยู่ และทำการล้อมรั้วเป็นเขตต์คันทั้ง 4 ด้าน มาจนบัดนี้เป็นเวลาประมาณ 30 ปีแล้วนั้นจะถือว่าคำให้การจำเลยเช่นนี้เป็นคำให้การที่ต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นที่บ้านที่สวนหาได้ไม่ เพราะมิได้แสดงไว้โดยชัดแจ้งในคำให้การจำเลย ตามนัยแห่ง ป.วิ.แพ่ง มาตรา 177 ฉะนั้นจึงต้องถือว่าที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า ขายที่ดินมือเปล่าให้แก่เขาไปโดยรับเงินค่าที่ดินครบถ้วนแล้วและมอบที่ดินให้เขาครอบครองแล้วก็ย่อมถือได้ว่าผู้ขายเจตนาสละการครอบครอง และไม่ยึดถือที่ดินต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และให้ขับไล่จำเลย จำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่ของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าสิทธิครอบครองที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นที่ไม่มีหนังสือสำคัญ ซึ่งโจทก์ได้สิทธิครอบครองโดยซื้อมาจากนายไอ และโจทก์ได้เข้าครอบครองที่นี้แล้ว ส่วนคำให้การจำเลยซึ่งมีข้อความว่าจำเลยได้เข้าไปบุกร้างถางป่าตรงที่พิพาทนี้ทำมรรคผล กับปลูกเรือนอยู่ และทำการล้อมรั้วเป็นเขตคันทั้ง ๔ ด้าน จนบัดนี้เป็นเวลาประมาณ ๓๐ ปีแล้วนั้น จะถือว่าคำให้การของจำเลยเช่นนี้เป็นคำให้การที่ต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นที่บ้านที่สวนนั้นหาได้ไม่ เพราะจำเลยมิได้แสดงไว้โดยชัดแจ้งในคำให้การของจำเลยตามนัยแพ่ง ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๑๗๗ ฉะนั้นที่พิพาทในคดีนี้จึงต้องถือว่าเป็นที่มือเปล่า ฉะนั้นการที่จำเลยขายให้แก่นางบุญธรรมภรรยานายไอไปโดยรับเงินค่าที่ดินครบถ้วนและมอบที่ดินให้นางบุญธรรมครอบครองแล้วเช่นนี้ ก็ย่อมถือได้ว่าจำเลยสละเจตนาครอบครองและไม่ยึดถือที่ดินต่อไป จำเลยย่อมหมดสิทธิในที่รายนี้ โจทก์ผู้ซื้อที่รายนี้ต่อมา และได้เข้าครอบครองที่แล้วย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2496 นางเฉลียว บัวคลี่ โจทก์ นางพัน อ่อนละม้าย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเฉลียว บัวคลี่ · จำเลย - นางพัน อ่อนละม้าย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2686/2545ฎีกา 7159/2544ฎีกา 2074/2529ฎีกา 2958/2538ฎีกา 537/2540ฎีกา 1216/2538ฎีกา 3099/2535ฎีกา 4161/2532ฎีกา 6339/2538ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 4359/2540ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 759/2494ฎีกา 4838/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา