คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1339/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ผู้เสียหายมอบการครอบครองทรัพย์สินให้แก่ผู้กระทำผิดแล้ว ผู้กระทำผิดได้ทรัพย์สินนั้นไปโดยทุจริต ถือเป็นการฉ้อโกง ไม่ใช่ลักทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้สมคบกับพวกไปหลอกลวงผู้เสียหายว่า จำเลยเป็นเจ้าของเรือ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ตกลงจ้างจำเลยขนข้าวไปกรุงเทพ ฯ จำเลยบรรทุกข้าวของผู้เสียหายไปแล้ว กลับพาข้าวหนี ดังนี้ ไม่ใช่ลักทรัพย์ ฉะนั้นถ้าโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ฟังข้อเท็จจริงว่านายน้อมกับจำเลยได้สมคบกันไปหลอกผู้เสียหายว่าจำเลยเป็นนางเชื้อ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ตกลงจ้างจำเลยขนข้าวจากตำบลท่าบัวมากรุงเทพฯแล้วจำเลยกับนายน้อมก็บรรทุกข้าวตามที่ผู้เสียหายสั่งให้ขนไป แต่จำเลยกับนายน้อมกลับพาข้าวหนีไป มิได้ไปส่งตามสัญญา
ได้ความดังนี้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่ารูปคดีเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ หาใช่ความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาเห็นสอดคล้องต้องกับศาลทั้งสองว่า หาใช่เป็นคดีฐานลักทรัพย์ดังโจทก์ฟ้องไม่ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1339/2496
อัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์
นางลิ้ม สืบศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นางลิ้ม สืบศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · นาถปริญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายเจริญ ไชยคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา