⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1362/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2496

ป.พ.พ. ม.340, 850, 851 · ป.วิ.แพ่ง ม.148

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ขอถอนฟ้องโดยอ้างว่าจำเลยยอมชำระหนี้แล้ว ไม่ถือเป็นการประนีประนอมยอมความตามกฎหมาย หากจำเลยจะต่อสู้ว่าโจทก์ตกลงรับชำระหนี้เพียงบางส่วน ถือเป็นการต่อสู้ขอปลดหนี้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เคยฟ้องจำเลยให้ชำระเงินตามสัญญากู้ เป็นเงิน 10,000 บาท แล้วโจทก์ขอถอนฟ้องคดีนั้นเสีย โดยโจทก์บรรยายในคำร้องขอถอนฟ้องว่า "จำเลยได้มาขอความตกลงโดยยอมชำระหนี้ให้แล้วจึงหมดความจำเป็นที่จะดำเนินคดีต่อไป โจทก์จึงขอถอนฟ้อง" ครั้นเมื่อศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องไปแล้ว ต่อมาโจทก์มาฟ้องจำเลยใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยชำระเงินให้เพียง 8400 บาท ยังมิได้ชำระอีก 1600 บาท จึงขอให้ศาลบังคับ ดังนี้ จะถือว่าถ้อยคำที่โจทก์บรรยายมาในคำร้องขอถอนฟ้องเป็นการประณีประนอมไม่ได้ เพราะไม่มีความหมายว่า จำเลยได้ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นแล้ว หรือว่าได้มีความตกลงเป็นสัญญาประนีประนอมกันขึ้นแล้วหากจำเลยจะต่อสู้ว่า โจทก์ตกลงยอมรับชำระหนี้เพียง 8400 บาท ก็เป็นเรื่อง ต่อสู้ขอปลดหนี้ ต้องบังคับตามมาตรา 340

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.340 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.340 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป ๑๐๐๐๐ บาท จำเลยชำระแล้ว ๘๔๐๐ บาทอีก ๑๖๐๐ บาท ยังไม่ชำระ จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยและตกลงยอมรับชำระหนี้เพียง ๘๔๐๐ บาท แล้วถอนฟ้องไปแล้ว จึงไม่มีสิทธิฟ้องอีก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงิน ๑๖๐๐ บาท กับดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องประนีประนอมยอมความกันนอกศาล จำเลยก็ไม่มีพยานเอกสารอย่างใดมาแสดงให้เห็นตามข้ออ้างของจำเลยเช่นนั้นไม่ ที่จำเลยอ้างว่าคำขอถอนฟ้องที่ว่า "จำเลยได้มาขอความตกลงโดยยอมชำระหนี้ให้แล้ว จึงหมดความจำเป็นที่จะดำเนินคดีต่อไป โจทก์จึงขอถอนฟ้อง" เป็นหลักฐานว่าได้มีการประนีประนอมกันนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจะฟังดังนั้นไม่ได้ เพราะถ้อยคำที่กล่าวนั้นไม่มีความหมายได้เลยว่า จำเลยได้ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว หรือว่าได้มีความตกลงเป็นสัญญาประนีประนอมกันขึ้นแล้ว กรณีข้อต่อสู้ของจำเลยเป็นเรื่องปลดหนี้ ต้องบังคับตาม ป.ม.แพ่ง ฯมาตรา ๓๔๐ เมื่อจำเลยไม่มีหลักฐานตามที่กฎหมายต้องการ จำเลยก็ไม่อาจชนะคดีได้ ฯลฯ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2496 นายประมุข สุวรรณศิลป์ โจทก์ นายท่อง แซ่ท้อง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประมุข สุวรรณศิลป์ · จำเลย - นายท่อง แซ่ท้อง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกำธร พันธุลาภ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 15572/2558ฎีกา 1781/2509ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1030/2509ฎีกา 3555/2528ฎีกา 1000/2505ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 1228/2539ฎีกา 12384/2558ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 1592/2521ฎีกา 8207/2538ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา