⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 877/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 877/2496

ป.วิ.แพ่ง ม.138, 144

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงกันให้ศาลดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามคำพิพากษาท้ายสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว คู่ความจะกลับมาตกลงกันเองให้เปลี่ยนแปลงวิธีการบังคับคดีไม่ได้ เว้นแต่จะมีการตกลงกันใหม่และศาลเห็นชอบ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล เอาที่ดินพิพาทประมูลระหว่างกันเอง ถ้าไม่ตกลงให้เอา ขายทอดตลาด ต่อมาโจทก์จำเลยได้แถลงต่อศาลว่า ไม่สามารถจะตกลงกันในวิธีการประมูลได้ทั้งสองฝ่ายจึงขอให้ ขายทอดตลาด ศาลได้เรียกคู่ความมาสอบถาม ทั้งสองฝ่ายขอให้ศาลถือข้อตกลงใหม่แทนการที่จะประมูลหรือบังคับ คดี แต่ฝ่ายโจทก์กลับเป็นฝ่ายผิดข้อตกลงตามที่ได้ตกลงกันใหม่นั้น จำเลยจึงไม่จำเป็นจะต้องปฏิบัติการตามข้อตก ลงใหม่นั้น แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาท้ายยอม คือให้ขายทอดตลาดเอางเงินมาแบ่งกันตามคำพิพากษาท้าย ยอม./

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องทรัพย์มรดกในที่สุด ประนีประนอมยอมความกันต่อศาลว่าให้เอาเรือน รวมทั้งครัวกับที่ดิน โฉนดเลขที่ ๑๓๗๓ และ ๑๔๐๐ ประมูลระหว่างกันเอง ถ้าไม่ตกลงให้เอาขายทอดตลาด ได้เงินเท่าใดแบ่งให้โจทก์หนึ่ง ในสาม จำเลยสองในสาม ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ นั้น. ต่อมาคู่ความไม่สามารถตกลงกันได้ ในวิธีการที่จะประมูลกันเอง ทั้งสองฝ่ายขอให้ศาลถือข้อตกลงยินยอมดั่งต่อไปนี้แทน การประมูลหรือการบังคับคดี คือจำเลยจะโอนที่ดินโฉนดที่ ๑๓๗๓ และ ๑๔๐๐ ให้เป็นของโจทก์ๆ ยอมใช้ราคา ๕๕๐๐๐ บาท ให้แก่จำเลย แต่จะแบ่งชำระให้เป็น ๒ งวด งวดแรก ๔๐๐๐๐ บาทภายใน ๑ เดือน งวดที่ ๒๕ เงิน ๑๕๐๐๐ บาท ภายใน ๑ เดือน นับแต่วันชำระงวดแรก ฯลฯ แต่ต่อมาโจทก์ไม่สามารถชำระเงินได้ตามที่ตกลงกันไว้ จำเลยจึงขอให้ศาลบังคับ คดีตามคำพิพากษาท้ายยอม. ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลยเสีย ให้ออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงใหม่ดั่งกล่าว. จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ดำเนินการขายทอดตลาด เอาเงินแบ่งกันตามคำพิพากษาท้ายยอม. โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งหมายความว่า ตกลงยอมกันไว้ อย่างไร ก็พิพากษาตามนั้น กล่าวคือให้ประมูลราคาระหว่างกันเองก่อน ถ้าไม่ตกลงจึงให้ขายทอดตลาด ต่อมาโจทก์จำเลย ได้แถลงต่อศาลว่า ไม่สามารถจะตกลงกันในวิธีการประมูลได้ ทั้งสองฝ่ายจึงขอให้ขายทอดตลาด ศาลได้เรียกคู่ความมา สอบถาม ทั้งสองฝ่ายขอให้ศาลถือเอาข้อตกลงใหม่แทนการที่จะประมูลหรือบังคับคดี ข้อความที่กล่าวนี้น่าจะเข้าใจว่า ทั้ง สองฝ่ายตกลงกันเฉพาะเรื่องการประมูลอย่างเดียวว่า เป็นอันไม่ต้องประมูล โดยให้ถือข้อที่ได้ตกลงใหม่แทนการประมูล หรือการบังคับคดีเท่านั้น แต่ฝ่ายโจทก์กลับเป็นฝ่ายผิดข้อตกลงเอง กล่าวคือไม่ชำระเงินงวดแรกให้ครบตามที่ตกลงกัน ไว้ จำเลยจึงไม่จำเป็นจะต้องปฏิบัติการตามข้อตกลงใหม่นี้ แต่ยังคงต้องปฏิบีติตามคำพิพากษาท้ายยอม จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 877/2496 นางสำริด อุดมภัณฑ์ โจทก์ นางชุมแสง สำราญกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสำริด อุดมภัณฑ์ · จำเลย - นางชุมแสง สำราญกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1091/2480ฎีกา 1591/2495ฎีกา 3190/2530ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527ฎีกา 7339/2540ฎีกา 3222/2525ฎีกา 2169/2523ฎีกา 577/2549ฎีกา 1280/2505ฎีกา 2002/2511ฎีกา 5286/2559ฎีกา 7268/2537ฎีกา 5285/2537ฎีกา 2157/2543ฎีกา 816/2492ฎีกา 246/2550ฎีกา 615/2535ฎีกา 716/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา