⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1430/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1430/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาที่ยกฟ้องจำเลยในคดีก่อน ย่อมผูกพันคู่ความในประเด็นกรรมสิทธิ์ที่ดินที่พิพาทนั้นแล้ว โจทก์จะนำข้อเท็จจริงเดิมมาฟ้องคดีใหม่เพื่อพิสูจน์กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงเดียวกันนั้นอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเคยเป็นโจทก์ในคดีก่อนฟ้องขับไล่โจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยโจทก์ให้การต่อสู้กรรมสิทธิที่ดินที่พิพาท (แต่ไม่ได้ฟ้องแย้ง) ในที่สุดศาลพิพากษาให้ยกฟ้องของจำเลยเสีย โจทก์จะมาฟ้องขอให้แสดงว่าโจทก์มีกรรมสิทธิในที่รายเดียวกันนั้นอีกไม่ได้ โจทก์ย่อมอาศัยคำพิพากษาในคดีก่อนนั้น ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดให้ได้ ยังไม่มีเหตุขัดข้องหรือโต้แย้งสิทธิ ซึ่งจะต้องฟ้องเป็นคดีใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ สืบเนื่องจากคดีแดงของศาลจังหวัดอ่างทองที่ ๗๖/๒๔+ โจทก์จำเลยเป็นคู่ความเดียวกัน พิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิที่ดินตำบลบางสะเด็จ (ปะขาว) อำเภอป่าโมกข์ จังหวัดอ่างทอง ซึ่งศาลพิพากษาให้ยกฟ้องในข้อที่ขอให้โจทก์+รื้อเรือนและกองฟางออกไปจากที่พิพาท กับห้ามมิให้จำเลยในคดีนี้เกี่ยวข้อง โจทก์จึงเข้าถากถางและล้อมรั้วตามคันเขตแผนที่วิวาท แก่จำเลยไม่ยอมให้ทำ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตามเส้นสีเขียวของแผนที่วิวาทในสำนวนคดีแดงที่ ๗๖/๒๔๙๕ เป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินให้ออกโฉนดแผนที่ตามคำพิพากษานั้น จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเข้าครอบครองตามแผนที่หมายเส้นสีเขียวเกินกว่าเนื้อที่ ๆ โจทก์ได้อาศัยปลูกเรือนและกองฟาง ที่ดินนอกนั้นจำเลยได้ครอบครองมา ๔๐-๕๐ ปีแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีเป็นปัญหาเกี่ยวกับการแปลงความหมายของคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้ว ต้องถือตามคำพิพากษานั้นว่าโจทก์มีสิทธิตามแนวเส้นสีเขียวของแผนที่วิวาทในคดีก่อน พิพากษาว่าที่ดินตามเส้นสีเขียวตามแผนที่วิวาทในคดีก่อนเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และให้มีคำสั่งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินให้จัดการให้อาณาเขตเนื้อที่โฉนดที่ ๕๔๐๘ อำเภอป่าโมกจังหวัดอ่างทอง เป็นของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แยกได้เป็น ๓ ประการ ประการต้นขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตามเส้นสีเขียนในแผนที่วิวาทในสำนวนคดีแดงที่ ๗๖/๒๔๙๕ เป็นของโจทก์ และประการที่สองขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานออกโฉนดที่ดินให้ตามเขตเส้นสีเขียวนั้น คำขอทั้งสองข้อนี้เห็นว่าโจทก์อาจอาศัยคำพิพากษาในคดีเดิมนั้นดำเนินการตามความประสงค์ได้แล้ว ยังไม่มีเหตุขัดข้องหรือข้อโต้แย้งสิทธิอันเป็นกรณีจะต้องมาฟ้องใหม่ ส่วนคำขอประการที่สามซึ่งโจทก์ขอให้ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้อกับที่พิพาทต่อไปนั้น เห็นว่าเมื่อจำเลยกลับต่อสู้ปฎิเสธสิทธิของโจทก์และไม่ปฏิเสธว่า จำเลยไม่ได้ขัดขวางสิทธิโจทก์ โจทก์จึงขอให้ศาลห้ามจำเลยมิให้ขัดขวางสิทธิโจทก์ได้ จึงพิพากษายืนในข้อที่ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องในที่พิพาท ซึ่งเป็นของโจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1430/2497 นางจันทร์ กุ่มดวง โจทก์ นางหมา กลิ่นเรียน ที่ 1 ,นายบุญ กลิ่นเรียนที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจันทร์ กุ่มดวง · จำเลย - นางหมา กลิ่นเรียน ที่ 1 ,นายบุญ กลิ่นเรียนที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · จักร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายทำนอง ดิศวนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด นาวีเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา