คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1430/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาที่ยกฟ้องจำเลยในคดีก่อน ย่อมผูกพันคู่ความในประเด็นกรรมสิทธิ์ที่ดินที่พิพาทนั้นแล้ว โจทก์จะนำข้อเท็จจริงเดิมมาฟ้องคดีใหม่เพื่อพิสูจน์กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงเดียวกันนั้นอีกไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเคยเป็นโจทก์ในคดีก่อนฟ้องขับไล่โจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยโจทก์ให้การต่อสู้กรรมสิทธิที่ดินที่พิพาท (แต่ไม่ได้ฟ้องแย้ง) ในที่สุดศาลพิพากษาให้ยกฟ้องของจำเลยเสีย โจทก์จะมาฟ้องขอให้แสดงว่าโจทก์มีกรรมสิทธิในที่รายเดียวกันนั้นอีกไม่ได้ โจทก์ย่อมอาศัยคำพิพากษาในคดีก่อนนั้น ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดให้ได้ ยังไม่มีเหตุขัดข้องหรือโต้แย้งสิทธิ ซึ่งจะต้องฟ้องเป็นคดีใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ สืบเนื่องจากคดีแดงของศาลจังหวัดอ่างทองที่ ๗๖/๒๔+ โจทก์จำเลยเป็นคู่ความเดียวกัน พิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิที่ดินตำบลบางสะเด็จ (ปะขาว) อำเภอป่าโมกข์ จังหวัดอ่างทอง ซึ่งศาลพิพากษาให้ยกฟ้องในข้อที่ขอให้โจทก์+รื้อเรือนและกองฟางออกไปจากที่พิพาท กับห้ามมิให้จำเลยในคดีนี้เกี่ยวข้อง โจทก์จึงเข้าถากถางและล้อมรั้วตามคันเขตแผนที่วิวาท แก่จำเลยไม่ยอมให้ทำ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตามเส้นสีเขียวของแผนที่วิวาทในสำนวนคดีแดงที่ ๗๖/๒๔๙๕ เป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินให้ออกโฉนดแผนที่ตามคำพิพากษานั้น
จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเข้าครอบครองตามแผนที่หมายเส้นสีเขียวเกินกว่าเนื้อที่ ๆ โจทก์ได้อาศัยปลูกเรือนและกองฟาง ที่ดินนอกนั้นจำเลยได้ครอบครองมา ๔๐-๕๐ ปีแล้ว
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีเป็นปัญหาเกี่ยวกับการแปลงความหมายของคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้ว ต้องถือตามคำพิพากษานั้นว่าโจทก์มีสิทธิตามแนวเส้นสีเขียวของแผนที่วิวาทในคดีก่อน พิพากษาว่าที่ดินตามเส้นสีเขียวตามแผนที่วิวาทในคดีก่อนเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และให้มีคำสั่งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินให้จัดการให้อาณาเขตเนื้อที่โฉนดที่ ๕๔๐๘ อำเภอป่าโมกจังหวัดอ่างทอง เป็นของโจทก์
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แยกได้เป็น ๓ ประการ ประการต้นขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตามเส้นสีเขียนในแผนที่วิวาทในสำนวนคดีแดงที่ ๗๖/๒๔๙๕ เป็นของโจทก์ และประการที่สองขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานออกโฉนดที่ดินให้ตามเขตเส้นสีเขียวนั้น คำขอทั้งสองข้อนี้เห็นว่าโจทก์อาจอาศัยคำพิพากษาในคดีเดิมนั้นดำเนินการตามความประสงค์ได้แล้ว ยังไม่มีเหตุขัดข้องหรือข้อโต้แย้งสิทธิอันเป็นกรณีจะต้องมาฟ้องใหม่ ส่วนคำขอประการที่สามซึ่งโจทก์ขอให้ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้อกับที่พิพาทต่อไปนั้น เห็นว่าเมื่อจำเลยกลับต่อสู้ปฎิเสธสิทธิของโจทก์และไม่ปฏิเสธว่า จำเลยไม่ได้ขัดขวางสิทธิโจทก์ โจทก์จึงขอให้ศาลห้ามจำเลยมิให้ขัดขวางสิทธิโจทก์ได้ จึงพิพากษายืนในข้อที่ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องในที่พิพาท ซึ่งเป็นของโจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1430/2497
นางจันทร์ กุ่มดวง โจทก์
นางหมา กลิ่นเรียน ที่ 1 ,นายบุญ กลิ่นเรียนที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจันทร์ กุ่มดวง · จำเลย - นางหมา กลิ่นเรียน ที่ 1 ,นายบุญ กลิ่นเรียนที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · จักร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายทำนอง ดิศวนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด นาวีเจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา