⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1619/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1619/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงที่คู่ความทำขึ้นในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น หากเป็นสาระสำคัญแห่งสัญญาแล้ว คู่ความจำต้องปฏิบัติตาม และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา อีกฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิขอให้บังคับตามสัญญานั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่และจำเลยอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ที่สุดศาลได้พิพากษาให้เป็นไปตามยอมนั้นข้อตกลงที่โจทก์ยอมให้จำเลยอยู่ในห้องพิพาทต่อไปอีก 3 ปีโดยจำเลยยอมเสียค่าเช่าแก่โจทก์เดือนละ 70 บาทนั้น เป็นสาระสำคัญข้อหนึ่งแห่งสัญญาปราณีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลย เมื่อครบกำหนดจำเลยไม่ยอมออก โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้บังคับจำเลยได้เพราะ+

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากตึกแถว ซึ่งโจทก์อ้างว่าให้จำเลยเช่าเพื่อประกอบการค้าและเรียกค่าเสียหายจำเลยให้การต่อสู้หลายประการ ในที่สุดโจทก์จำเลยทำสัญญาปราณีประนอมยอมความต่อศาล ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๔๙๒ มีใจความสำคัญโจทก์ยอมให้จำเลยเช่าอยู่ต่อไปอีก ๓ ปี เมื่อครบกำหนดแล้วจำเลยยอมออกจากห้องพิพาททันที ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากาาลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๔๙๒ ให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาปราณีประนอมยอมความนั้น และได้มีคำบังคับยอมในวันเดียวกัน ครั้นพ้นกำหนด ๓ ปีแล้วจำเลยไม่ยอมออกจากฟ้องเช่ารายนี้ โจทก์จึงยื่นคำร้องลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๔๙๕ ขอให้ศาลบังคับจำเลยและบริวารออกจากห้องรายพิพาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามรายงานพิจารณาลงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๔๙๕ บังคับให้จำเลยออกจากห้องพิพาทภายใน ๓๐ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อตกลงที่จำเลยจะออกไปจากห้องพิพาทในเวลาข้างหน้าเป็นแต่เพียงคำมั่นที่จะให้ความยินยอมออกจากห้องเช่าเมื่อครบกำหนด ๓ ปี มิใช่ว่าผู้ให้เช่าได้รับความยินยอมของผู้เช่าในการเลิกใช้ทรัพย์ที่เช่าตาม ม.๑๖(๕) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ และตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๔๘/๒๔๙๑ ระหว่างนายเทียมหยู แซ่ลิ้ม โจทก์ นายเกียเซ้ง แซ่เฮ้ง จำเลย คำมั่นเช่นนี้มิใช่เป็นสัญญาปราณีประนอมยอมคาม คำพิพากษาตามยอมไม่กินความถึง โจทก์ยังไม่มีสิทธิที่จะขอให้ศาลออกคำสั่งขับไล่จำเลยออกจากห้องพิพาท พิพากษากลับให้ยกคำสั่งบังคับคดีของศาลชั้นต้นในส่วนนี้เสีย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อตกลงที่โจทก์ยอมให้จำเลยอยู่ในห้องพิพาทต่อไปอีก ๓ ปี โดยจำเลยยอมเสียค่าเช่าให้แก่โจทก์นั้นเห็นได้ว่าเป็นสาระสำคัญข้อหนึ่งแห่งสัญญาปราณีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยเพราะเป็นข้อที่ทั้งสองฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันเพื่อระงับข้อพิพาทอันมีอยู่ในศาล ฉะนั้นเมื่อครบกำหนด ๓ ปี จำเลยไม่ยอมออกจากห้องพิพาท โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้บังคับจำเลยได้เพราะศาลได้มีคำพิพากษาให้เป็นไปตามยอมนั้นแล้ว คำพิพากษาฎีกาที่ศาลอุทธรณ์อ้างมานั้น ไม่ใช่เรื่องที่มีคำพิพากษาของศาลบังคับไว้ จึงเอามาปรับกับคดีนี้ไม่ได้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1619/2497 นายพิสิฐ อรรถจินดา โจทก์ นายบุ้นเสียง แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพิสิฐ อรรถจินดา · จำเลย - นายบุ้นเสียง แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - หลวงมนูนัยวิมลวาจก์ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 79/2501ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1251/2500ฎีกา 1000/2505ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 6868/2541ฎีกา 506/2493ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 86/2501ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา