⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1831/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1831/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าจำเลยมีธนบัตรปลอมไว้เพื่อจำหน่ายหรือไม่ ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ทั้งปวงประกอบกัน หากมีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมและมีเจตนาจะนำไปจำหน่าย ถือว่าเพียงพอที่จะรับฟังลงโทษได้

ย่อคำพิพากษา

ในคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่ที่จะนำสืบพิศูจน์ความผิดของจำเลย แต่ความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 203(3) นั้น แยกเป็นสองฐาน คือฐานจำหน่ายธนบัตรปลอมโดยรู้และฐานมีไว้เพื่อจำหน่าย ความผิดฐานแรกโจทก์ต้องนำสืบถึงการจำหน่ายด้วย ความผิดฐานหลังนำสืบแต่เพียงว่ามีไว้เพื่อจะจำหน่ายก็เป็นความผิดได้แล้ว การจะวินิจฉัยว่ามีธนบัตรปลอมไว้เพื่อจะจำหน่ายหรือเพื่ออย่างใดนั้นต้องประมวลพฤติการณ์ทั้งหลายที่ปรากฎในสำนวนประกอบแล้ววินิจฉัยเป็นเรื่อง ๆ ไป พฤติการณ์ที่จำเลยแสดงตนเป็นพระภิกษุแต่ใบสุทธิเป็นที่สงสัย ทำตนเป็นคนหากินทางขายเครื่องรางในวัด เจ้าอาวาสในวัดห้ามไม่ฟัง มีธนบัตรปลอมชนิดฉบับละ 100 บาท 7 ฉบับในตัว ห่อไว้ต่างหากแยกจากห่อธนบัตรดี ดังนี้เป็นการเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมและมีไว้เพื่อจำหน่าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.203 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีธนบัตรปลอมชนิดราคาใบละ ๑๐๐ บาท ๗ ฉบับ โดยรู้อยู่ว่าเป็นธนบัตรปลอมไว้ในกรรมสิทธิ์ความครอบครองเพื่อจำหน่าย ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๐๓(๓) ,๒๐๗,๒๐๙ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๐๓(๓) แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๖ พ.ศ.๒๔๗๕ ให้ลงโทษจำคุกมีกำหนด ๑๐ ปี ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีไว้เพื่อจะจำหน่ายหรือเพื่อจะกระทำอย่างไรต่อไป โจทก์นำสืบไม่ได้ทั้งพฤติการณ์อันใดที่จะทำให้สันนิษฐานได้ว่าจำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายแล้วก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางคงริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยความเห็นศาลอุทธรณ์ว่าในคดีอาญา โจทก์มีหน้าที่ที่จะต้องนำพิศูจน์ความผิดของจำเลย แต่โดยฉะเพาะความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๐๓(๓) นี้ จำแนกความผิดออกเป็นสองฐานคือฐานจำหน่ายธนบัตรปลอมโดยรู้ กับฐานมีธนบัตรดังกล่าวนั้นไว้เพื่อจะจำหน่าย ความผิดฐานหลังนำสืบเพียงว่ามีไว้เพื่อจำหน่ายก็เป็นความผิดได้แล้ว การมีธนบัตรปลอมไว้เพื่อจะจำหน่ายหรือจะทำอะไรนั้นยากที่คนภายนอกจะรู้ถึงจิตต์ใจและความนึกคิดของบุคคลผู้นั้นโดยถ่องแท้ได้ นอกจากจะประมวลพฤติการณ์ทั้งหลายที่ปรากฎในท้องสำนวนประกอบกันเป็นเรื่อง ๆ ไป คดีนี้จำเลยแสดงตนเป็นพระภิกษุ แต่ใบสุทธิประจำตัวบกพร่องเป็นที่น่าสงสัย ได้ทำตนเป็นคนหากินทางขายพระเครื่องรางในวัดเจ้าอาวาสในวัดนั้นห้ามแล้วไม่เชื่อ จำเลยมีธนบัตรปลอมชนิดฉบับละ ๑๐๐ บาทถึง ๗ ฉบับในตัว ห่อไว้ต่างหากแยกคนละห่อกับธนบัตรดีพาเข้าไปในงานและพยายามจะทำการค้าขายพระด้วยดังนี้ เห็นว่าเป็นการเพียงพอที่จะให้รับฟังได้ว่า จำเลยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมและมีไว้เพื่อจะจำหน่าย เมื่อจำเลยสืบหักล้างไม่ได้ก็ต้องมีผิด พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1831/2497 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายบุญอยู่หรือชูเกียรติบรรลุโสดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายบุญอยู่หรือชูเกียรติบรรลุโสดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · นนทปัญญา · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายจำรูญ แย้มงามเหลือ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 3027/2540ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 2963/2535ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา