⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 726/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 293 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามมาตรา 293 ก็ลงโทษจำเลยตามมาตรานั้นไม่ได้ และโจทก์จะขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 294 โดยอ้างว่าพลั้งเผลออ้างบทมาตราผิดไปไม่ได้ หากโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 294 ก็ต้องฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรานั้นมาแต่ต้น

ย่อคำพิพากษา

คำบรรยายฟ้องของโจทก์เป็นความผิดตามมาตรา 293,294, ขอให้ลงโทษตามมาตรา 293 เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ามีการสมคบกันกระทำผิดก็ลงโทษตามมาตรา 293 ไม่ได้ และจะขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 294 โดยอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรค 4 ว่าโจทก์พลั้งเผลออ้างบทมาตราผิดไปก็ไม่ได้ เพราะปรากฎว่าโจทก์ได้อ้างบทมาตราความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 293 มาแล้ว ที่ไม่อ้างมาตรา 294 มานั้นจึงเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 192 วรรค 3 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้งอัตราโทษตามมาตรา 294 ก็สูงกว่ามาตรา 293

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันลักทรัพย์หรือรับของโจรสุกร ๒ ตัวของนายหลุย บุญยิ้มไปขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๙๓,๓๒๑, จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยผู้เดียวเป็นคนร้ายลักสุกรรายนี้ไป ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๓ ไม่ได้ จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๘๘ พิพากษาจำคุก ๔ เดือน โจทก์จำเลยอุทธรณ์ อุทธรณ์ของโจทก์อ้างว่าสุกรเป็นสุสัตว์ต้องลงโทษตามมาตรา ๒๙๔ ซึ่งโจทก์อ้างมาตรานี้ตกไป โทษในมาตรา ๒๙๓,๒๙๔, เท่ากัน ศาลลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๔ ได้ไม่เกินคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ ถ้าศาลจะลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๘๘ ก็ขอให้ลงโทษจำเลยสูงขึ้นอีก ศาลอุทธรณ์คงฟังว่าจำเลยเป็นผูร้ายลักสุกรรายนี้ และความผิดของจำเลยเข้ามาตรา ๒๙๔ วรรคต้นจริง แต่มาตรา ๒๙๔ มีอัตราโทษปรับสูงกว่ามาตรา ๒๙๓ ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๔ ไม่ได้ เพราะเกินคำขอของโจทก์ คงลงโทษจำเลย ๔ เดือนตามมาตรา ๒๘๘ ตามศาลชั้นต้นเพราะสุกร ๒ ตัวเป็นลูกสุกรและราคาไม่มากพิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าคำบรรยายฟ้องของโจทก์เป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๙๔ ประกอบกันมาตรา ๒๙๓ แต่โจทก์อ้างบทลงโทษผิดไป ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามมาตราที่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๒ วรรค ๔ จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๔ หริอ ๒๙๓ ศาลฎีกาเห็นว่าในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าจำเลยไม่มีพรรคพวกลักทรัพย์รายนี้ก็ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๓ ไม่ได้ จะลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๔ ก็ไม่ได้ เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องโจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิดตามวรรค ๔ ของมาตรา ๑๙๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาตามโจทก์อ้าง ดังจะเห็นว่าบทมาตราความผิดฐานลักทรัพย์โจทก์อ้างมาแล้ว แต่โจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๔ จึงมิได้อ้างมาตรานี้มาขอให้ลงโทษ ดังความที่บัญญัติไว้ในวรรค ๓ ของมาตรา ๑๙๒ ป.วิ.อาญาทั้งอัตราโทษตามมาตรา ๒๙๔ นี้ก็สูงกว่า มาตรา ๒๙๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2497 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายปั้น พลายศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายปั้น พลายศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทประชา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสำเภา พรหมบุตร · ศาลอุทธรณ์ - พรุดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 980/2484ฎีกา 10786/2557ฎีกา 1146/2502ฎีกา 721-722/2491ฎีกา 270/2488ฎีกา 3729/2543ฎีกา 9474/2552ฎีกา 216/2479ฎีกา 1267/2479ฎีกา 2093/2529ฎีกา 212/2487ฎีกา 1727/2498ฎีกา 1716/2524ฎีกา 80/2487ฎีกา 9559/2552ฎีกา 1450/2529ฎีกา 5211/2540ฎีกา 1842/2500ฎีกา 7520/2555ฎีกา 917/2520ฎีกา 6471/2537ฎีกา 3889/2551ฎีกา 357-358/2535ฎีกา 988/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา