⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3729/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3729/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดหลายกรรมได้นั้น โจทก์จะต้องบรรยายฟ้องให้เห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิดหลายกรรม และขอให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป หากโจทก์มิได้บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษเช่นนั้น ศาลจะลงโทษจำเลยในแต่ละกรรมนอกเหนือจากคำฟ้องและคำขอของโจทก์หาได้ไม่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกาย จ. ได้รับอันตรายสาหัส แล้วจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกาย ว. และ บ. ได้รับอันตรายแก่กายอีก เป็นการกระทำที่ต่างกรรมกันอันเป็นความผิดหลายกระทง แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องโดยมีรายละเอียดให้ เห็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกได้กระทำความผิดหลายกรรม และมิได้ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แม้จะได้ความดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษ ศาลจึงลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในแต่ละกรรมนอกเหนือจากคำฟ้องและคำขอของโจทก์หาได้ไม่ คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองในส่วนนี้ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคแรก ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๒๘๘, ๒๙๕, ๒๙๗ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๓ หลบหนี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ ๓ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๙๗, ๒๙๕ ประกอบมาตรา ๘๓ เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานฆ่าผู้อื่น จำคุกตลอดชีวิต ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสจำคุกคนละ ๘ ปี ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย จำคุกคนละ ๒ กระทง กระทงละ ๒ ปี เมื่อวางโทษฐานฆ่าผู้อื่นแล้ว จึงให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และมาตรา ๒๙๗ และยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยที่ ๑ คงรับโทษตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ จำคุกกระทงละ ๒ ปี รวม ๒ กระทง จำคุก ๔ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ รับโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๒๙๗, ๘๓ เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย จำคุกกระทงละ ๒ ปี รวม ๒ กระทง จำคุก ๔ ปี ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำคุก ๘ ปี รวมจำคุก ๑๒ ปี นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องนายชาตรี เทพประยูร และนายจาตุรงค์ ปุญญะเสาวกุล ถูกชายหลายคนรุมทำร้าย เป็นเหตุให้นายชาตรีถึงแก่ความตายตามรายงานการตรวจศพของแพทย์ เอกสารหมาย จ.๑๑ นายจาตุรงค์ได้รับอันตรายสาหัสตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ เอกสารหมาย จ.๑๖ ? อนึ่งการที่จำเลยที่ ๒ กับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายนายจาตุรงค์ได้รับอันตรายสาหัส แล้วจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กับพวกร่วมกันทำร้ายร่างกายนายวิวัฒน์ ม่วงน้อยเจริญ และนายเบิ้ม เสลากุล ได้รับอันตรายแก่กายอีก เป็นการกระทำ ที่ต่างกรรมกันอันเป็นความผิดหลายกระทง แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องโดยมีรายละเอียดให้เห็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กับพวกได้กระทำความผิดหลายกรรม และมิได้ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แม้จะได้ความดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษ ศาลจะลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ในแต่ละกรรมนอกเหนือจากคำฟ้องและคำขอของโจทก์หาได้ไม่ คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองในส่วนนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคแรก ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ โดยแก้ไขให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายเพียงกระทงเดียว และลงโทษจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสเพียงกระทงเดียว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ เพียงกระทงเดียว จำคุก ๒ ปี ลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ (๘), ๘๓ เพียงกระทงเดียว จำคุก ๘ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3729/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมยศ แสงศรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสมยศ แสงศรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เนตรมัย · กนก พรรณรักษา · ปรีดี รุ่งวิสัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นางประทานพร ยอดปัญญา · ศาลอุทธรณ์ - นางทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา