คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2487
ลักษณะอาญา ม.50, 70, 71 ฯลฯ · ป.อาญา ม.50
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ข้อหาที่คู่ความมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์และแยกกันได้เด็ดขาดจากข้อหาที่อุทธรณ์มานั้น ย่อมถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา
* การกระทำที่ผู้เสียหายหลายคนถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บจากการกระทำผิดกรรมเดียว ให้ถือเป็นความผิดกระทงเดียว เว้นแต่จะปรากฏว่าผู้กระทำได้แยกกระทำผิดต่อผู้เสียหายแต่ละคนเป็นหลายกรรม
* การกระทำที่ถือว่าเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
ย่อคำพิพากษา
กะทงความผิดที่คู่ความมิได้ยกขึ้นอุธรน์ และแยกกันได้เด็ดขาดจากกะทงความผิดที่อุธรน์มานั้นย่อมถึงที่สุดเพียงสาลชั้นต้น สาลอุธรน์ไม่มีอำนาดพิจารานาพิพากสา
การที่จำเลยยิงปืน 2 นัดถูกผู้เสียหายคนหนึ่งตายอีก 2 คนบาดเจ็บหากไม่ปรากตว่าจำเลยได้แยกทำร้ายผู้เสียหายคนไดเปน 2 กัมแล้วถือว่าจำเลยทำผิดกะทงเดียว
พรึติการน์ถือว่าป้องกันเกินสมควนแก่เหตุ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.198 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.199 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องจำเลยรับสารภาพไนข้อหาว่าจำเลยไช้อาวุธซึ่งมิหยู่โดยมิได้รับอนุญาต พยายามค่าคนและค่าคนโดยเจตนา
สาลชั้นต้นเห็นว่า การที่จำเลยยิงปืน ๒ นัดถูกนายทอนตายและนายเหงี่ยมนายงั่วปาดเจ็บนั้นเปนความผิด ๒ กะทงคือถานค่าคนโดยเจตนาและพยายามค่าคน แต่จำเลยทำไปโดยถูกยั่วโทสะไห้ลงโทสจำเลยตามกดหมายอาญา ม. ๒๔๙, ๖๐, ๕๕. และปรับตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน พ.ส. ๒๔๗๗
โจทจำเลยอุธรน์
สาลอุธรน์ พิพากสาแก้โดยฟังว่าจำเลยกะทำผิดกะทงเดียว และเปนการป้องกันเกินสมควนแก่เหตุ ส่วนข้อหาว่าจำเลยผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนนั้น โจทฟ้องแต่ว่าจำเลยไช้อาวุธปืน ลงโทสไม่ได้
โจทดีกา
สาลดีกาวินิฉัยดีกาของโจทดังนี้
๑. ที่สาลชั้นต้นลงโทสจำเลยถานผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืนนั้นคู่ความมิได้ยกขึ้นอุธรน์ และเปนกะทงความผิดที่แยกกันได้เด็ดขาดจากกะทงความผิดที่คู่ความอุธรน์ ความผิดไนกะทงนี้จึงถึงที่สุดเพียงสาลชั้นต้น สาลอุธรน์ ไม่มีอำนาดพิจารนาพิพากสา
๒. การทีจำเลยยิงปืน ๒ นัดถูกนายทอนตายและนายเหงี่ยมนายงั่วบาดเจ็บนั้น ไม่ปรากตว่าจำเลยได้แยกทำร้ายผู้เสียหายคนไดเปน ๒ กัมจึงถือว่าจำเลยทำผิดกะทงเดียว
๓. จำเลยถูกพวกผู้เสียหายทำร้ายก่อนโดยมิได้สมัคร์ไจเข้าวิวาทต่อสู้กับผู้ได เมื่อจำเลยกับนายแผ้วน้องชายจำเลยผละวิ่งหนีไปแล้วพวกผู้เสียหายยังวิ่งไปกลุ้มรุมฟันแทงนายแผ้วอีก ที่จำเลยไช้ปืนยิงจึงถือได้ว่าเปนการป้องกันชีวิตนายแผ้ว แต่จำเลยยิงถึง ๒ นัดเปนการเกินสมควนแก่เหตุไป จึงพิพากสาแก้สาลอุธรน์ในข้อหาถาน พ.ร.บ.อาวุธปืน เปนให้ลงโทสจำเลยตามสาลชั้นต้น นอกนั้นยืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2487
อัยการอ่างทอง โจทก์
นายอิน พายัพ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการอ่างทอง · จำเลย - นายอิน พายัพ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · คง อิสรภักดี · เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายพยุง วัชนรักษ์กัม · ศาลอุทธรณ์ - นายวรวุธิ สานะเสน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา