⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 793/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2497

ย่อคำพิพากษา

การพิพากษาคดีส่วนแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา แม้ข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาจะปรากฎว่าจำเลยที่ 1 ได้มอบเงินให้แก่จำเลยที่ 2 เมื่อโจทก์มาฟ้องในคดีแพ่งให้จำเลยที่ 1 รับผิดคืนเงิน โจทก์จะต้องกล่าวอ้างและพิศูจน์ให้เห็นว่าที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบเงินนั้นเป็นการฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติหรือเป็นการประมาทเลินเล่ออันจะต้องรับผิด ข้อเท็จจริงในคำพิพากษาในคดีส่วนอาญาที่จะนำมาใช้ในคดีแพ่งที่เกี่ยวแก่จำเลยซึ่งมิได้ถูกฟ้องในคดีส่วนอาญาด้วยหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ รับราชการในตำแหน่งพนักงานยาง จำเลยที่ ๑ ได้ทุจริตนำเงินของทางการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว แล้วต่อมาได้มอบเงินอีกส่วนหนึ่งให้จำเลยที่ ๒ ไปแล้วจำเลยที่ ๒ ได้ยักยอกเงินจำนวนนี้ไปอีก ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้เงินคืน จำเลยต่างให้การปฏิเสธ และต่อสู้คดีหลายประการ ศาลจังหวัดจันทบุรีพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินแก่โจทก์ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๑ เคยถูกฟ้องคดีอาญามาแล้ว และข้อความในคำพิพากษาในคดีส่วนอาญานั้นแสดงว่าเงินในหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ไม่มีอยู่ที่จำเลยที่ ๑ แล้ว จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิด ส่วนจำเลยที่ ๒ โจทก์สืบไม่สมฟ้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์เสียทั้งสิ้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้แยกวินิจฉัยฟ้องของโจทก์ดังนี้ สำหรับจำเลยที่ ๑ ประการที่ ๑ ที่อ้างว่าจำเลยที่ ๑ ทุจริตต่อหน้าที่เอาเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวนั้น ศาลฎีกาว่าฟ้องของโจทก์เป็นการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวกับคดีอาญา ตาม ป.วิ.อาญามาตรา ๔๖ คดีนี้จึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ดังกล่าวว่าจำเลยที่ ๑ มิได้ทุจริตต่อหน้าที่เอาเงินไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ฟ้องของโจทก์ข้อนี้จึงฟังไม่ได้ ประการที่ ๒ ข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาศาลฟังว่าเงินในหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ นั้นมิได้มีอยู่ที่จำเลยที่ ๑ อีกแล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่เกี่ยวกับเงิน ๙,๙๓๖.๔๘ บาทที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ ๑ มอบให้จำเลยที่ ๒ นั้นศาลเห็นว่าในคดีนี้โจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ ๑ กระทำการฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติประมาทเลินเล่ออย่างใดอันจะทำให้จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิด จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด สำหรับจำเลยที่ ๒ นั้น โจทก์ประสงค์จะให้รับผิดสำหรับเงินจำนวน ๙,๙๓๖.๔๘ บาท และศาลฟังในคดีส่วนอาญาว่า จำเลยที่ ๑ ได้ส่งมอบเงินจำนวนนี้ให้แก่จำเลยที่ ๒ แล้ว แต่ในคดีส่วนอาญานั้นจำเลยที่ ๒ นี้ไม่ได้ถูกฟ้อง ฉะนั้นจะนำข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่พาดพิงมาถึงจำเลยที่ ๒ นั้นมาใช้ในคดีแพ่งไม่ได้ เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบในคดีแพ่งให้ได้ความชัดตามฟ้องของตน เมื่อโจทก์สืบไม่ได้ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2497 ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี โดยขุนวรคุตด์คณารักษ์ผู้รับมอบอำนาจจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โจทก์ นายจำนง กล้าโพธิ์ที่ 1, นายเฉลียว สังขพรรณที่ 2, จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโดยขุนวรคุตด์คณารักษ์ผู้รับมอบอำนาจจาก - ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี · โจทก์ - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง · จำเลย - นายจำนง กล้าโพธิ์ที่ 1, นายเฉลียว สังขพรรณที่ 2,
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายสุข พงศ์สกุล · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา