⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 887/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 887/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนผู้เยาว์ ย่อมมีผลผูกพันถึงการฟ้องคดีของบุพการีของผู้เยาว์ในภายหลัง หากข้อพิพาทและพยานหลักฐานเป็นเรื่องเดียวกัน.

ย่อคำพิพากษา

อัยการเป็นโจทก์ฟ้องนางจีนร่วมกับจำเลยแทนผู้เยาว์ ในคดีดำที่ 99/2494 แล้ว ต่อมานายสมจิตบิดาผู้เยาว์เป็นโจทก์ฟ้องฉะเพาะจำเลยแทนผู้เยาว์อีกคดีหนึ่งทั้งทรัพย์พิพาทและพยานหลักฐานก็อย่างเดียวกัน แต่อ้างว่าอัยการไม่มีอำนาจฟ้องแทนผู้เยาว์ ในคดีดำที่ 99/2494 มีอำนาจฟ้องเฉพาะนางจีนผู้บุพการีของผู้เยาว์เท่านั้น ดังนี้การชี้ขาดตัดสินคดีเรื่องนี้จำต้องรอฟัง คำชี้ขาดตัดสินในคดีดำที่ 99/2494 นั้นก่อนตาม ป.วิ.แพ่ง ม.39

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องนายเสริมและนางเจียรว่า เมื่อประมาณ ๒๓ ปีมานี้นางอ่องและนางสาวนองได้ยกกรรมสิทธิที่เฉพาะส่วนตามโฉนดที่ ๑๓๓๔๔,๑๓๓๕๑,๑๓๓๘๑, ตำบลดำหรุ(ม่วงงาม) อำเภอบ้านลาด(เมือง) จังหวัดเพ็ชรบุรี ให้แก่นางแม้นมารดาโจทก์ นางอ่องนางสาวนองและนางแม้น ได้ตายไปแล้ว โจทก์เป็นทายาทโดยชอบธรรมของนางแม้น บัดนี้นางจีนผู้เป็นยายโจทก์กับจำเลยซึ่งเป็นลุงป้า ได้สมคบกันโอนทะเบียนใส่ชื่อของนางจีนและจำเลย พนักงานอัยการได้ฟ้องนางจีนนายเสริมนางเจียรไว้เรื่องหนึ่งแล้ว โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการทะเบียน แล้วใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ จำเลยต่อสู้ว่า นางจีนเท่านั้นเป็นทายาทโดยชอบธรรมและเป็นผู้รับมรดกคนเดียวของนางอ่องนางสาวนองและตัดฟ้องโจทก์ซ้ำ โจทก์แถลงรับว่า ๑. พนักงานอัยการได้ดำเนินคดีแทนเด็กหญิงมารีและเด็กชายคมแล้ว โดยฟ้องนางจีนซึ่งเป็นยายของเด็กร่วมกับจำเลย ๒. ทรัพย์พิพาทในคดีนี้เป็นทรัพย์รายเดียวกับคดีนั้น ๓. ประเด็นข้อพิพาทและพยานหลักฐานก็อย่างเดียวกัน ศาลจังหวัดเพ็ชรบุรีเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม. ๑๗๓(๑) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า แม้พยานหลักฐานและข้อนำสืบอย่างเดียวกันก็จริง แต่เป็นกรณีที่อัยการมีอำนาจเป็นโจทก์แทนเด็กหญิงมารี เด็กชายคม ฟ้องนางจีนผู้บุพการีเท่านั้น คำฟ้องของพนักงานอัยการคดีดำที่ ๙๙/๒๔๙๔ ดังกล่าวไม่ผูกพันจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นแห่งคดีนี้มีเหตุอันควรจะได้ฟังการวินิจฉัยในคดี ๙๙/๒๔๙๔ ก่อนว่า พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑-๒ หรือไม่ กรณีต้องด้วย วิ.แพ่ง ม.๓๙ ซึ่งมีว่า ถ้าการชี้ขาดตัดสินคดีเรื่องใดที่ต้องพิจารณาอยู่ จำต้องอาศัยทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งคำชี้ขาดตัดสินบางข้อที่ศาลนั้นเอง หรือศาลอื่นแล้ว ศาลจะมีคำสั่งให้เลื่อนคดีไปจนกว่าจะได้มีคำพิพากษาหรือข้อชี้ขาดในข้อนั้น ๆ ก็ได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้รอคดีไว้รอฟังคำวินิจฉัยในคดี ๙๙/๒๔๙๔ แล้วจึงให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 887/2497 ด.ญ.มารี, ด.ช.คม อำมะริด โดยนายสมจิตร์หรือคำรพ อำมะริด บิดาผู้แทน โดยชอบธรรม โจทก์ นายเสริม ภู่เงินที่ 1, นางเจียร วงษ์ลาวัลย์ที่ 2, จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความบิดาผู้แทน - ด.ญ.มารี, ด.ช.คม อำมะริด โดยนายสมจิตร์หรือคำรพ อำมะริด · โจทก์ - โดยชอบธรรม · จำเลย - นายเสริม ภู่เงินที่ 1, นางเจียร วงษ์ลาวัลย์ที่ 2,
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพ็ชรบุรี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประธานคดีศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 576/2472ฎีกา 495/2545ฎีกา 1644/2519ฎีกา 94/2534ฎีกา 548/2470ฎีกา 1006/2514ฎีกา 4805/2547ฎีกา 715/2489ฎีกา 4978/2538ฎีกา 159/2544ฎีกา 3542/2528ฎีกา 508/2468ฎีกา 960/2510ฎีกา 959/2495ฎีกา 392/2493ฎีกา 243/2469ฎีกา 1626/2525ฎีกา 2405/2518ฎีกา 1043/2473ฎีกา 1654/2519ฎีกา 5803/2534ฎีกา 9419/2555ฎีกา 1049/2467
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา