⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 997/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาที่วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นใดประเด็นหนึ่งแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความในประเด็นนั้น และคำพิพากษาเกี่ยวกับฐานะของบุคคลย่อมใช้ยันบุคคลภายนอกได้ด้วย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กับจำเลยที่ 2 โดยพิพาทกับเรื่องแบ่งทรัพย์สิน ศาลได้วินิจฉัยถึงประเด็นเรื่องการหย่าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ในคดีนั้นแล้วครั้นต่อมาโจทก์ได้ฟ้อง่ขอให้เพิกถอนการสมรสระหว่างจำเลยที่ 1 และ 2 ในคดีหลังนี้จำเลยที่ 2 จะยกประเด็นเรื่องหย่าขึ้นต่อสู้โจทก์อีกไม่ได้เพราะเป็นประเด็นเดียวกันและโจทก์กับจำเลยก็เป็นคู่ความเดียวกัน ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.148 คำพิพากษาในคดีก่อนเรื่องแบ่งทรัพย์สินที่วินิจฉัยชี้ประเด็นเรื่องหย่าไว้ด้วยนั้นเป็นคำพิพากษาเกี่ยวกับฐานะของบุคคลย่อมใช้ยันจำเลยที่ 1 ด้วยได้ จำเลยที่ 1 จะขอสืบพะยานในประเด็นเรื่องหย่าในคดีนี้อีกไม่ได้ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.145 ( ป.ช.ญ.ครั้งที่ 1/2498 )

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการสมรสระหว่างจำเลยทั้งสองโดยอ้างว่าจำเลยที่ ๒ เป็นภริยาโจทก์การจดทะเบียนสมรสจึงเป็นโมฆะ จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นภริยาโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมาย และถึงอย่างไรก็ดีก็ได้หย่าขาดกันแล้ว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นสืบพะยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้วสั่งงดสืบพะยานจำเลยในประเด็นเรื่องหย่าเสียแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์และจำเลยที่ ๒ เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายเรื่องหย่านั้นเคยพิพาทกันมาครั้งหนึ่งแล้วซึ่งในทีสุดศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่าหนังสือหย่าใช้ไม่ได้ ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาว่าการสมรสระหว่างจำเลยทั้งสองเป็นโมฆะให้เพิกถอน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน (๑) คดีโจทก์ขาดอายุความตาม ป.พ.พ.ม.๑๔๙๑ วรรคท้าย (๒) คำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๘๕/๒๔๙๑ ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์กับจำเลยได้หย่าขาดกันแล้ว จำเลยทั้งสองจึงสมรสกันได้ (๓) ขอให้จำเลยมีโอกาศสืบพะยานในประเด็นหย่าได้ต่อไป ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๒ เคยฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาฐานบุกรุกและชิงทรัพย์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์และจำเลยที่ ๒ หย่าขาดกันแล้ว ไโจทก์ม่มีเคยจิตต์เป็นโจร พิพากษายกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์คงวินิจฉัยแต่ข้อหาทางอาญาว่าจำเลยไม่มีเจตนาเป็นโจทก์แล้วพิพากษายืน จำเลยทั้งสองจึงได้ไปจดทะเบียนสมรสกัน ครั้นต่อมาจำเลยได้ฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินกับโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยในคดีแบ่งทรัพย์นี้ว่าหนังสือหย่าไม่มีผลบังคับ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ขึ้น ศาลฎีกาได้วินิจฉัยข้อฎีกา จำเลยตามลำดับเห็นว่า ๑. คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าการสมรสผิดต่อมาตรา ๑๔๔๕ (๓) ซึ่งมาตรา ๑๔๔๐ ถือว่าเป็นโมฆะไม่ใช่เป็นเรื่องตามมาตรา ๑๔๙๑ ดังจำเลยอ้างคดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ๒. คดีอาญาเรื่องก่อนคดีถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์ไม่ได้พิพากษาชี้ขาดไปถึงเรื่องหย่า ๓. จำเลยที่ ๒ เป็นคู่ความเดียวกับโจทก์ในคดีแพ่งแดงที่ ๑๔๒/๒๔๙๒ จึงไม่มีสิทธิจะเสนอข้อต่อสู้เรื่องหย่าอันเป็นประเด็นซ้ำกันอีกได้ ส่วนจำเลยที่ ๑ แม้จะไม่ใช่คู่ความเดียวกันกับเรื่องก่อน แต่คำพิพากษาในคดีก่อนเกี่ยวด้วยฐานะของบุคคลย่อมใช้ยันบุคคลภายนอกได้ ศาลชั้นต้นงดสืบพะยานจำเลยชอบแล้ว จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2497 นายเนื่อง ศตะรัต โจทก์ นายบุญเลิศ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเนื่อง ศตะรัต · จำเลย - นายบุญเลิศ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลสงขลา - นายราย รัตนริจิตร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนกุมาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 795/2543ฎีกา 2354/2566ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 79/2501ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 2057/2529ฎีกา 945/2504ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1030/2509ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4991/2552ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 1228/2539ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา