คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1042/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ เป็นการละเมิดที่ผู้กระทำต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และผู้ที่ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษย่อมมีสิทธิฟ้องร้องผู้กระทำละเมิดได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยกคันนากั้นน้ำในลำห้วยสาธารณะเป็นเหตุให้น้ำท่วมต้นข้าวโจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและทำลายคันนา
ดังนี้ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องให้จำเลยรับผิดเพื่อการละเมิดตาม ป.พ.พ.ม. 420 แม่น้ำที่โจทก์ปลูกข้าวจะไม่ใช่ของโจทก์ก็ดี โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องได้และในเรื่องห้วยสาธารณะก็เช่นเดียวกันเมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษเนื่องจากการกระทำของจำเลย โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยมีนาอยู่ติดต่อกันที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ปรากฎตามแผนที่ท้ายฟ้อง ได้อาศัยน้ำซึ่งไหลมาจากห้วยบ่อชั้นหรือบ่อลูกท่อทำนาตลอดมา จำเลยได้ขุดดินยกคันนาสูงกั้นน้ำห้วยตีนเป็ดและห้วยบ่อชั้นเป็นเหตุให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมต้นข้าวในนาโจทก์ซึ่ง+คำไว้เสียหายคิดเป็นค่าเสียหายรวมเป็นเงิน ๒๔๐๐ บาท ขอให้บังคับ
จำเลยต่อสู้ว่านาตามแผนที่ท้ายฟ้องไม่ใช่ของโจทก์จำเลยรับว่าได้ขุดคันนาจริง แต่ที่โจทก์ว่าเสียหายนั้นไม่จริง จำเลยไม่ต้องรับผิด
โจทก์แถลงรับว่านารายนี้ไม่ใช่นาของโจทก์ โดยเป็นนาของนางจี๊ดมารดา โจทก์ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งนางจี๊ดได้เช่ามาจากนางคุด โจทก์เป็นเพียงแต่ผู้ทำนารายนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าเมื่อโจทก์ไม่ใช่เจ้าของนา แม้การกระทำของจำเลยจะทำให้ข้าวในนาของโจทก์เสียหายโจทก์ก็ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง ผู้เสียหายโดยตรงคือเจ้าของที่ดินโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องและการที่ผู้หนึ่งผู้ใดบังอาจปิดกั้นห้วยสาธารณะเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่ได้ใช้ประโยชน์ ผู้ขาดประโยชน์ก็ไม่ใช่ผู้เสียหายอันจะมีสิทธินำคดีมาฟ้องศาลโดยลำพังตนเอง พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานให้สิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์เป็นเหตุให้ข้าวของโจทก์ที่ปลูกไว้ในนาเสียหาย หากการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายจริงแล้ว จำเลยก็ต้องรับผิดตาม ป.พ.พ.ม.๔๒๐ แม้นาที่โจทก์ปลูกข้าวจะไม่ใช่ของโจทก์ก็ดี โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ เรื่องปิดกั้นห้วยสาธารณะก็เช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษเนื่องจากการกระทำของจำเลย โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1042/2498
น.ส.จันทร์ ใจเกลี้ยง โจทก์
นายตรีก ชูมณี ที่ 1 นางแล้ม ชูมณี ที่ 2 นายเอี่ยม บูเจริญ ที่ 3 นายนิคม
เปียกบุตร ที่ 4 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - น.ส.จันทร์ ใจเกลี้ยง · นายนิคม - นายตรีก ชูมณี ที่ 1 นางแล้ม ชูมณี ที่ 2 นายเอี่ยม บูเจริญ ที่ 3 · จำเลย - เปียกบุตร ที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกระบี่ - นายอุทัย จึงเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประจักษ์ศุภอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา