⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1229/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจะถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา หากคดีอาญาไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในทางแพ่ง โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องคดีแพ่งเพื่อวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวได้อีก โดยไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ. * ผู้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนวัด มีอำนาจดำเนินคดีได้ โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าผู้นั้นเป็นไวยาวัจจกรของวัดหรือไม่.

ย่อคำพิพากษา

ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งให้ศาลถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา แม้ว่าโจทก์จะเคยฟ้องจำเลยในคดีอาญาในข้อหาว่าลักทรัพย์บุกรุกมาแล้ว และศาลเป็นแต่พิพากษาว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตลักทรัพย์หรือบุกรุกที่ดินของโจทก์นั้นก็ไม่ใช่เรื่องโต้เถียงการครอบครองหรือสิทธิในทางแพ่ง ศาลหาได้ชี้ขาดที่พิพาทว่าเป็นของใครไม่ ดังนี้โจทก์มีสิทธิกลับมาฟ้องทางแพ่งให้พิพากษาว่าที่ดินดังกล่าวในคดีก่อนเป็นของโจทก์ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำต้องห้าม เมื่อทางวัดได้มอบอำนาจให้ผู้ใดฟ้องความแทนวัดโดยถูกต้องแล้วผู้นั้นก็ย่อมมีอำนาจดำเนินคดีได้ ส่วนผู้รับมอบอำนาจจะเป็นไวยาวัจจกรของวัดจริงหรือไม่ ไม่สำคัญ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้บังอาจบุกรุกที่ดินของวัด โดยจำเลยได้มาปลูกสร้างบ้านเรือนลงและยึดถือที่ดินเอาเป็นของตน ขอให้พิพากษาแสดงว่าที่ดินตามฟ้องเป็นของวัดบรมวงษ์โจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นมารดาและบุตรให้การร่วมกันว่า ที่พิพาทไม่ใช่ของวัดเป็นของจำเลยกับตัดฟ้องว่า (๑) โจทก์ได้มอบให้อัยการฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาหาว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและลักตัดต้นไม้ไผ่ของวัดในที่พิพาท ศาลพิพากษายกฟ้องไปแล้วตามสำนวนคดีแพ่งที่ ๑๑๙๔/๒๔๙๕ ฟ้องโจทก์ในดคีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ (๒) นายอรุณ ภาวะบุตร ผู้รับมอบอำนาจคดีนี้ไม่ได้เป็นไวยาวัจจกรของวัดบรมวงษ์โดยชอบด้วย ก.ม. ไม่มีอำนาจฟ้องแทนวัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ในเส้นสีเขียวในแผนที่กลางเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยให้รื้อถอนเรือออกไป และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ป.วิ.อาญา ม. ๔๖ บัญญัติ ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งให้ศาลถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาและปรากฎว่าฟ้องของโจทก์ในคดีก่อนเป็นเรื่องฟ้องทางอาญาอย่างเดียว ไม่ได้เกี่ยวกับทางแพ่ง และในคดีอาญาแดงที่ ๑๑๙๔/๒๔๙๕ ที่โจทก์ฟ้องคราวนั้น ศาลเป็นแต่พิพากษาว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตลักทรัพย์หรือบุกรุกที่ดินของวัด ไม่ใช่เรื่องโต้เถียงการครอบครองถือสิทธิในทางแพ่ง ศาลหาได้ชี้ขาดที่พิพาทเป็นของใครไม่ จึงไม่เป็นการตัดสิทธิที่จะวินิจฉัยในคดีนี้ว่าเป็นที่ดินของวัดหรือไม่ส่วนข้อตัดฟ้องเรื่องมอบอำนาจนั้น ก็เห็นว่านายอรุณผู้รับมอบอำนาจจะเป็นไวยาวัจจกรของวัดบรมวงษ์โจทก์โดยชอบด้วย ก.ม.หรือไม่ ๆ สำคัญ เมื่อทางวัดมอบอำนาจให้นายอรุณโดยถูกต้องแล้ว ก็ย่อมฟ้องคดีแทนวัดได้ ส่วนข้อเท็จจริงฟังว่าที่พิพาทเป็นของวัด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2498 วัดบรมวงษ์ โดยนายอรุณ ภาวะบุตร ไวยาวัจจกร โจทก์ นางเปลี่ยน นรเนตร์ปัญหากิจที่ 1 นางเกษร แววศร ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดบรมวงษ์ โดยนายอรุณ ภาวะบุตร ไวยาวัจจกร · จำเลย - นางเปลี่ยน นรเนตร์ปัญหากิจที่ 1 นางเกษร แววศร ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจ.
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสนา เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายใจ นาคเสวี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1917/2559ฎีกา 481/2526ฎีกา 1451/2512ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1308/2533ฎีกา 1030/2509ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534ฎีกา 3119/2558ฎีกา 4282/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา