⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1367/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1367/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ไม่มีสิทธิในทรัพย์สินย่อมไม่สามารถอ้างสิทธิให้เช่าหรืออ้างสัญญาเช่าปิดปากผู้เช่ามิให้โต้เถียงสิทธิของผู้ให้เช่าได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อฟ้องของโจทก์ยืนยันว่าโจทก์เป็นเจ้าของนาพิพาทหาได้กล่าวอ้างถึงสิทธิอื่นใดเหนือที่พิพาทขึ้นสนับสนุนอีกไม่ เมื่อโจทก์ยอมรับว่าที่พิพาทนั้นไม่ใช่ของโจทก์เป็นของกรมชลประทานโดยเจ้าของเดิมแบ่งยกให้กรมชลประทานไปแล้วก่อนโอนขายให้โจทก์ ดังนี้ตามฟ้องและคำรับของโจทก์ย่อมแสดงว่าโจทก์ไม่มีสิทธิใด ๆ เหนือที่พิพาททั้งสิ้น (รวมทั้งสิทธิให้เช่า) เมื่อตนไม่มีสิทธิใด ๆ แล้ว จะอ้างว่าสัญญาเช่าปิดปากผู้เช่ามิให้โต้เถียงสิทธิของผู้ให้เช่านั้นก็ไม่ได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 27/2498)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้รับมอบอำนาจทั่วไปจาก น.ส.หรั่งกุ่น เจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๖๘๔,๖๘๖,๑๗๗๗ ตำบลโคกแฝด จังหวัดพระนคร จำเลยทั้ง ๔ ได้ร่วมกันทำสัญญาเช่านาจากโจทก์เพื่อทำนา ครบกำหนดเช่าแล้วจำเลยได้เช่าต่ออีกมีกำหนด ๑ ปี โดยอาศัยสัญญาเช่าฉบับเดิม จำเลยกลับไปทำไร่อ้อย ไร่สัปรส และพืชอื่น ๆ ไม่ทำนาและจำเลยที่ ๑ ยังปลูกบ้านลงในที่ดินที่เช่าโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์เสียหาย ๒,๐๐๐ บาท โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้จำเลยและบริวารออกจากที่นา ฯลฯ จำเลยทั้ง ๔ ต่อสู้ว่าใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่สมบูรณ์ โจทก์มิได้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการอำเภอวินิจฉัยเสียก่อน ตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า พ.ศ. ๒๔๙๓ ที่พิพาทเดิมเป็นของ น.ส.แดง จำเลยเช่าและปลูกเรือนอยู่อาศัย ๗ ปีแล้ว โจทก์เพิ่งรับโอนมาได้ ๓ ปี และคงให้จำเลยเช่าปลูกบ้านอยู่ต่อมาเช่นเดิม จำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าอนึ่งที่ดินตรงที่จำเลยเช่าอยู่นี้ถูกตัดออกจากโฉนดของโจทก์ เป็นที่ดินของกรมชลประทานไปแล้ว โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิจึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ จำเลยไม่เคยค้างค่าเช่า โจทก์ไม่เสียหาย ก่อนสืบพยาน จำเลยยอมรับว่าใบมอบอำนาจของโจทก์สมบูรณ์ไม่ติดใจค้าน โจทก์แถลงไม่ติดใจสืบเรื่องค่าเสียหาย และยอมรับว่าที่ที่จำเลยเช่าจากโจทก์ในคดีนี้ทั้งหมดอยู่ในเขตของกรมชลประทานตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๐ ครั้งยังเป็นที่ของนางแดงก่อนโอนมาเป็นของโจทก์ จำเลยร้องขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิหรือสิทธิประการใดในที่พิพาท เพราะตกเป็นที่ของกรมชลประทานก่อนโอนมาเป็นของโจทก์แล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสัญญาเช่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนแม้โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิก็เป็นผู้ให้เช่าได้ และโจทก์มีอำนาจฟ้องได้ตามสัญญานั้น พิพากษากลับให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินที่พิพาทรวมอยู่ในโฉนดที่ ๖๘๖ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิของนางแดง ต่อมานางแดงได้แบ่งที่ด้านริมคลองให้กรมชลประทานไป คงเหลืออีก ๖๕ ไร่ ๕๒ วา ต่อมานางแดงขายส่วนที่เหลือให้แก่ น.ส.หรั่งกุ่น โจทก์ต่อมาโจทก์และจำเลยทั้ง ๔ ได้ทำสัญญาเช่าต่อกันตามสำเนาท้ายฟ้องมีข้อความว่าจำเลยเช่านาของโจทก์เฉพาะด้านริมคลอง ปรากฎว่าที่ที่ตกลงเช่ากันนี้ทั้งหมดเป็นที่ของกรมชลประทาน หาใช่ที่ดินของโจทก์ไม่ โดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้สัญญาเช่าระบุว่าเช่าที่นาของโจทก์ และฟ้องของโจทก์ก็ยืนยันว่าเป็นเช่นนั้น จึงขอให้ศาลขับไล่จำเลยออกจากที่นาของโจทก์ตามฟ้องของโจทก์หาได้กล่าวอ้างถึงสิทธิอื่นใดขึ้นสนับสนุนอีกไม่ เป็นการยืนยันแสดงสิทธิของโจทก์โดยตรงแต่อย่างเดียวว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่นารายพิพาทและมีอำนาจให้เช่าได้เพราะเหตุนั้น บัดนี้โจทก์กลับยอมรับว่าที่ดินนั้นไม่ใช่ของโจทก์ดังฟ้องแต่เป็นของกรมชลประทานโดยเจ้าของเดิมได้แยกโฉนดแบ่งยกให้กรมชลประทานไปแล้วก่อนโอนขายให้แก่โจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิอันใดเหนือที่ดินรายนี้ ตลอดจนการให้เช่าทั้งมวล ที่โจทก์โต้แย้งว่าสัญญาเช่าปิดปากผู้เช่ามิให้โต้เถียงสิทธิของผู้ให้เช่านั้น เห็นว่าเรื่องนี้โจทก์รับเองว่าไม่ใช่เจ้าของที่ดินรายนี้ และไม่มีสิทธิอันใดดังฟ้องที่ตนเสนอขึ้นมา จึงไม่ใช่เรื่องกฎหมายปิดปาก พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1367/2498 นายนิ้ม แต้สุจิ ผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.หรั่งกุ่น แต้สุจิ โจทก์ นายอูมอ ปิดีระ ที่ 1 นายภาริม ยูโซฟ ที่ 2 นายหมัด สอนามา ที่ 3 นายหวัง จันทร์ ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนิ้ม แต้สุจิ ผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.หรั่งกุ่น แต้สุจิ · นายหวัง - นายอูมอ ปิดีระ ที่ 1 นายภาริม ยูโซฟ ที่ 2 นายหมัด สอนามา ที่ 3 · จำเลย - จันทร์ ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลมีนบุรี - นายอาทิตย์ อิศรางกูร ณ อยุธย · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิทักษ์มนูศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 4590/2553ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา