คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายอำเภอสั่งให้บุคคลออกจากที่สาธารณประโยชน์ ถือเป็นคำสั่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา มาตรา 334 (2)
ย่อคำพิพากษา
ที่สาธารณะประโยชน์เดิมเป็นอำนาจและหน้าที่ของกรมการอำเภอที่จะตรวจตรารักษาตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม. 122 ต่อมาอำนาจหน้าที่นี้ได้โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอโดย พ.ร.บ.ระเบียบราชการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2495 ม.40 วรรค.3 และไม่มีข้อความแห่งใดใน พ.ร.บ.นี้เพิกถอนอำนาจนายอำเภอที่มีอยู่ตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ดังกล่าว (พ.ศ. 2457) ดังนี้เมื่อนายอำเภอสั่งให้จำเลยออกไปจากที่สาธารณะประโยชน์ จำเลยขัดขืนก็มีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ก.ม. อาญา ม. 334 (2)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม.37 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม.40 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.122 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าถือเอาที่ดินซึ่งทางราชการได้สงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ให้ประชาชนล่ามเลี้ยงสัตว์พาหนะอยู่ในความดูแลรักษาของนายสืบ นายอำเภอเมืองยะลา และนายแปลกเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเมืองยะลาและจำเลยได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานดังกล่าว ซึ่งสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาสิณและสิ่งปลูกสร้างในที่นี้ออกเสียแล้วจำเลยขัดขืน ขอให้ลงโทษตาม ก.ม. อาญา ม. ๓๒๗,๓๓๔(๒),๗๑
จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทไม่ใช่ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินจำเลยปกครองถือกรรมสิทธิมาด้วยความสงบและเปิดเผยประมาณ ๓๐ ปีแล้ว
ศาลจังหวัดยะลาเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตาม ก.ม. อาญา ม. ๓๒๗ คงผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานอย่างเดียว พิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.อาญา ม. ๓๓๔ (๒) ให้จำคุก ๑๐ วัน ปรับ ๕๐ บาท ข้อหาฐานบุกรุกให้ยกเสีย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเมื่อนายอำเภอออกคำสั่งให้จำเลยออกนั้นเป็นเวลาภายหลังวันใช้ พ.ร.บ.ระเบียบราชการบริหารแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๙๕ ม.๓๗ (๗) เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด จะคุ้มครองดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และตามฟ้องของโจทก์ก็มิได้บรรยายว่านายอำเภอได้สั่งแก่จำเลยตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดตาม ม. ๔๓ นายอำเภอจึงไม่มีอำนาจสั่งได้โดยลำพังตนเอง จำเลยจึงไม่ผิดตาม ก.ม. อาญา ม. ๓๓๔ (๒) พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ให้ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าที่สาธารณประโยชน์นี้เดิมเป็นอำนาจหน้าที่กรมการอำเภอที่จะตรวจตรารักษาตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ ม.๑๒๒ ต่อมาอำนาจและหน้าที่นี้ได้โอนมาเป็นอำนาจและหน้าที่ของนายอำเภอโดยพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๙๕ ม.๔๐ วรรค ๓ ส่วน ม. ๓๗ (๗) นั้นเป็นบทบัญญัติวางอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดให้คุ้มครองดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินเหนืออำนาจหน้าที่ของนายอำเภอขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง ไม่มีข้อความแห่งใดในพ.ร.บ.นี้ที่จะแสดงให้เห็นว่า พ.ร.บ.นี้มีเจตนารมย์ที่จะยกเลิกเพิกถอนอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอ นายอำเภอคงมีอำนาจหน้าที่ในราชการส่วนนี้อยู่ตามเดิม จำเลยจึงมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตาม ก.ม. อาญา ม. ๓๓๔ (๒)
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลจังหวัดยะลา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2498
อัยการจังหวัดยะลา โจทก์
นายยูโซะ มาเปะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดยะลา · จำเลย - นายยูโซะ มาเปะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูกิจวิมลอรรถ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดยะลา - นายประถม วิเชียรเนตร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานุวัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา