คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากการจับกุมในความผิดอาญา เป็นการกระทำต่อเนื่องกับการกระทำความผิดอาญานั้น และถือเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
กรณีที่จำเลยลักกระบือของผู้เสียหาย ผู้เสียหายไล่ติดตามอีก 10 วาจะทันจำเลยทิ้งกระบือวิ่งหนี ผู้เสียหายไล่ตามต่อไปอีกเพื่อจะจับกุม จำเลยชักปืนออกจ้อง ย่อมเป็นการขู่เข็ญจะทำร้ายผู้เสียหายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม เป็นการกระทำต่อเนื่องกับการลักทรัพย์ เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยชิงทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก ๔ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่าจำเลยควรมีความผิดฐานลักทรัพย์เพราะคนร้ายมีแต่จำเลยคนเดียว และจำเลยไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิง
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยลักกระบือของผู้เสียหาย ผู้เสียหายไล่ติดตามอีก ๑๐ วาจนทัน จำเลยทิ้งกระบือวิ่งหนี ผู้เสียหายไล่ติดตามต่อไปอีกเพื่อจะจับกุมจำเลยชักปืนออกจ้องขู่เข็ญในทันจะประทุษร้ายผู้เสียหาย ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยขู่เข็ญจะทำร้ายผู้เสียหายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม เป็นการกระทำต่อเนื่องกับการลักทรัพย์ไม่จำเป็นที่จำเลยจะต้องมีพรรคพวกหรือใช้อาวุธปืนยิง การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2512
อัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์
นายจุกหรืออนันท์ วิมลพันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายจุกหรืออนันท์ วิมลพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ บุปผเวส · สวิง ลัดพลี · ประสม เภกะสุต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ศาลอุทธรณ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา