⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1611/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของที่ดินอนุญาตให้บุคคลอื่นอาศัยอยู่ในที่ดินของตน โดยที่บุคคลนั้นไม่ได้เช่าช่วงมาจากผู้เช่าเดิม ย่อมถือว่าบุคคลนั้นอาศัยอยู่โดยอาศัยสิทธิของเจ้าของที่ดินเดิม และเมื่อเจ้าของที่ดินเดิมเสียชีวิต ผู้รับมรดกย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่บุคคลนั้นให้ออกจากที่ดินได้ แม้ผู้รับมรดกจะไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์และบิดาโจทก์ได้ร่วมกันเช่าที่พิพาทมาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและจำเลยไม่ได้เช่าช่วงที่พิพาทจากบิดาโจทก์ บิดา โจทก์ได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่าให้จำเลยอาศัยโจทก์ไม่ได้ทักท้วงต้องถือว่าโจทก์ยินยอมด้วย ต่อมาบิดาโจทก์ตาย โจทก์ได้บอกให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปแล้วแม้โจทก์จะไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกของธิดาโจทก์ ๆ ก็ฟ้องขับไล่จำเลยได้ เพราะจำเลยอยู่ในฐานะอาศัยโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เช่าที่ดินตำบลรองเมืองจังหวัดพระนครจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับนายใช้บิดาโจทก์ ต่อมาจำเลยได้ขออาศัยบิดาโจทก์ปลูกอาคารอาศัย แต่กลับปลูกห้องแถวทำการค้า ต่อมบิดาโจทก์ตาย โจทก์แจ้งให้จำเลยเลิกอาศัยและรื้อสิ่งปลูกสร้าง จำเลยขัดขืน จึงขอให้ขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จำเลยสู้ว่าโจทก์และบิดาโจทก์ให้จำเลยเช่าช่วงและตัดฟ้องว่าจำเลยมีสัญญาเช่ากับบิดาโจทก์ส่วนหนึ่ง โจทก์ไม่ใช่ผู้จัดการมรดกที่ชอบ จึงไม่มีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกและไม่มีอำนาจฟ้องและเรียกร้องค่าเสียหาย ทั้งจำเลยชำระค่าเช่าให้โจทก์ตลอดมาและค่าเสียหายมากเกินไป จำเลยไม่เคยได้รับบอกกล่าวเลิกการเช่าจากบิดาโจทก์หรือโจทก์เลย ศาลแพ่งฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้เช่าที่พิพาทบิดาโจทก์เพียงแต่ขออาศัยอยู่และโจทก์ได้บอกเลิกการอาศัยให้จำเลยทราบแล้ว ส่วนข้อ ก.ม.เห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ จึงพิพากษาให้ขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตลอดจนใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่เท่านั้น ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังตามศาลแพ่งมามีใจความว่า โจทก์และบิดาโจทก์ได้ร่วมกันเช่าที่พิพาทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจำเลยไม่ได้เช่าช่วงที่พิพาทจากบิดาโจทก์ ๆ ได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่าจำเลยอาศัย โจทก์ไม่ทักท้วงต้องถือว่าโจทก์ยินยอมด้วย ต่อมาบิดาโจทก์ตาย โจทก์ได้บอกให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปแล้ว แม้โจทก์จะไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกของบิดา โจทก์ก็ยังไม่เห็นมีเหตุอย่างใดที่โจทก์จะฟ้องขับไล่จำเลยไม่ได้ เพราะจำเลยอยู่ในฐานะอาศัยโจทก์ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน ให้จำเลยเสียค่าทนายแทนโจทก์ ๑๐๐ บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611/2498 นางสิริ สันธนะพันธ์ โจทก์ นายคุณ คุณผลิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสิริ สันธนะพันธ์ · จำเลย - นายคุณ คุณผลิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายขจร โรจนวิภาต · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตต์ นิวาศบุตศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา