⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1660/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1660/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษาตามยอมให้ผู้ร้องได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ย่อมมีผลผูกพันคู่ความ และโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะอ้างสิทธิของตนเหนือสิทธิของผู้ร้องที่ได้มาตามคำพิพากษาตามยอมไม่ได้ หากโจทก์ไม่ได้จดทะเบียนบุริมสิทธิในที่ดินดังกล่าว.

ย่อคำพิพากษา

ตราบใดยังไม่มีคำพิพากษาแสดงว่าการยอมความและคำพิพากษาท้ายยอมนั้นไม่ถูกต้อง สิทธิตามคำพิพากษานั้นก็ยังคงอยู่ เดิมผู้ร้องพิพาทกับจำเลย ที่สุดได้ประนีประนอมยอมความกันโดยผู้ร้องยอมชำระเงินแก่จำเลย 6,000 บาท จำเลยยอมให้โอนใส่ชื่อผู้ร้องในโฉนดรายพิพาทและศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว ดังนี้แม้จำเลยเป็นหนี้โจทก์และนำโฉนดให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันแต่ไม่ได้ไปจดทะเบียนไว้ และแม้ศาลจะได้พิพากษาให้จำเลยใช้หนี้โจทก์แล้วก็ตามโจทก์หามีสิทธิในที่พิพาทดีไปกว่าผู้ร้องอย่างไรไม่เพราะสิทธิในการจดทะเบียนกรรมสิทธิที่รายพิพาทตามคำพิพากษาตามยอมยังคงเป็นของผู้ร้องอยู่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยศาลพิพากษาโดยจำเลยขาดนัดให้จำเลยใช้เงินต้น 9,000 บาท กับดอกเบี้ย จำเลยไม่ใช้โจทก์จึงนำยึดที่ดินโฉนดที่ 8091 ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าที่ดินโฉนดรายที่โจทก์นำยึดนั้นเป็นของผู้ร้อง โจทก์ให้การว่าที่ดินโฉนดรายนี้เป็นของจำเลยผู้ร้องกับจำเลยสมคบกันฉ้อฉลโจทก์ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเห็นว่าโฉนดที่ดินรายพิพาทยังเป็นชื่อจำเลย ๆ ย่อมเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์โจทก์มีสิทธิยึด ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงแห่งคดีฟังได้ถนัดว่าผู้ร้องฟ้องจำเลยขอให้ทำลายการโอนทะเบียนชื่อจำเลยในโฉนดใส่ชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องและจำเลยประนีประนอมยอมความกันโดยผู้ร้องยอมให้เงินแก่จำเลย 6,000 บาท จำเลยยอมให้ผู้ร้องนำเอาโฉนดรายพิพาทไปโอนใส่ชื่อผู้ร้องได้ตามยอมความข้อ 3 ดังนี้ เมื่อศาลพิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดตามยอมนั้นแล้วผู้ร้องย่อมมีอำนาจที่จะได้จดทะเบียนที่รายพิพาทก่อนผู้อื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 ข้อเท็จจริงคดีนี้ต่างกับคำพิพากษาฎีกาที่ 525/2495 ที่ศาลอุทธรณ์อ้างมา ตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาแสดงว่าการยอมความและคำพิพากษาท้ายยอมนั้นไม่ถูกต้อง สิทธิในการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่รายพิพาทก็ยังคงเป็นของผู้ร้องอยู่ แม้โจทก์จะเป็นเจ้าหนี้จำเลยจริง และศาลพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามฟ้อง ผู้ร้องขัดทรัพย์ว่าที่รายพิพาทยังเป็นของจำเลยอยู่ ผู้ร้องกับจำเลยสมคบกันฉ้อฉลโจทก์โดยสัญญาประนีประนอมยอมความ แทนที่โจทก์จะฟ้องทำลายการยอมนั้นกลับฟ้องว่าจำเลยเป็นหนี้สินและขอให้ศาลบังคับคดียึดที่รายพิพาทซึ่งศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยขายให้โจทก์แล้ว เช่นนี้โจทก์หามีสิทธิยึดที่รายพิพาทไม่ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ถอนการยึดที่รายพิพาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1660/2498 นายประสงค์ สังขมงคล โจทก์ นางพ่วง พัฒนะ (หม้าย) ผู้ร้อง นายชาย ไทยเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสงค์ สังขมงคล · ผู้ร้อง - นางพ่วง พัฒนะ (หม้าย) · จำเลย - นายชาย ไทยเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · นนทประชา · ดุลยการณ์โกวิท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 770/2535ฎีกา 3996/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4549/2540ฎีกา 3745/2530ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 560/2529ฎีกา 1413/2508ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 4832/2536ฎีกา 533/2521ฎีกา 958/2552ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1280/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา