⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 574/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2498

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานปลอมตนไปกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตามม.127 นั้น กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าผู้กระทำจะต้องแต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงานด้วย เมื่อคดีได้ความชัดว่าจำเลยทุกคนกับพวกสมคบกันมากระทำการโจรกรรมโดยมีแผนการณ์ว่าเป็นเจ้าพนักงานจะขอตรวจค้นปืนของผิดกฎหมายแล้วได้ดำเนินการโจรกรรมตามอุบายนี้ ฉะนั้น จำเลยอื่นที่มิได้แต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงาน(ตำรวจ)ก็ย่อมมีความผิดฐานเป็นตัวการปลอมตนมากระทำการเป็นเจ้าพนักงานตาม ม.127 เช่นเดียวกับจำเลยที่แต่งเครื่องแบบด้วย และเมื่อคดีได้ความว่าก่อนลงมือปล้น จำเลยกับพวกทุกคนได้ยินยอมให้คนบนบ้านไปตามผู้ตายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านมารู้เห็นในการที่จำเลยกับพวกจะทำการตรวจค้น ดังนี้ก็เห็นได้ว่าจำเลยกับพวกได้พร้อมใจกันที่จะทำการต่อต้านขัดขวางในเมื่อผู้ใหญ่บ้านจะกระทำการตามหน้าที่ด้วยอุบายจะยึดตัวผู้ตายหรือต่อสู้ทำร้ายก็แล้วแต่เหตุการณ์ ฉะนั้นเมื่อจำเลยคนใดยิงผู้ใหญ่บ้าน การกระทำนั้นก็อยู่ในแผนการณ์ที่พวกจำเลยทุกคนร่วมรู้อยู่ก่อนแล้วนั่นเอง จำเลยทุกคนย่อมได้ชื่อว่าเป็นตัวการในการฆ่าผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ด้วย ผิดกับเรื่อง+ไปปล้นเอาทรัพย์อย่าง+ ฉะเพาะ แต่ผู้ร้ายบางคน+ไปยิงใครตายขึ้นโดยเพื่อ+อื่นไม่อาจคาดหมายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.63 กฎหมายลักษณะอาญา ม.127 กฎหมายลักษณะอาญา ม.128 กฎหมายลักษณะอาญา ม.250 กฎหมายลักษณะอาญา ม.301

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีก ๒ คนซึ่งยังหลบหนีได้สมคบกับปล้นทรัพย์ของนายยน นายตี๋ โดยจำเลยกับพวกแต่งกายด้วยเครื่องแบบตำรวจปลอมตนไปกระทำการเป็นเจ้าพนักงานและใช้ปืนยิงนายตี๋เจ้าทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน(ผู้ใหญ่บ้าน) มากระทำการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายตาย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา๓๐๑,๒๕๐,๒๔๙,๑๒๗,๑๒๘,๔๓ และ ๖๓ ฯลฯ จำเลยทุกคนปฏิเสธ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาฟังว่า นายสวัสดิ์จำเลยแต่เครื่องแบบตำรวจสมคบกับนายฉาย นายแช่ม ทำการปล้นทรัพย์จริงดังฟ้อง แต่ข้อหาที่ว่าได้ฆ่านายตี๋ มูสิกา ผู้ใหญ่บ้าน และปล้นเอาปืนของนายตี๋ไปสองกระบอกนั้น พะยานโจทก์ว่าผู้ร้ายที่แต่งตำรวจเป็นคนยิงนายตี๋ตายนั้น เห็นว่าแม้จะเป็นผู้ร้ายที่มากับจำเลย แต่จะให้เข้าใจว่าจำเลยได้สมคบด้วยยังไม่ถนัด เพราะตามพฤติการณ์แล้วพวกจำเลยทั้งห้าคนมุ่งหมายมาปล้นทรัพย์นายยนคนเดียว นายตี๋ผู้ตายมาทีหลัง พวกของจำเลยเข้าแย่งปืนของนายตี๋จากคนกลาง แต่นายตี๋แย่งได้ ก่อนแล้วถอยห่างออกไป พวกจำเลยก็ยิงเอาโดยจำเลยคนใดคนหนึ่งมิได้รู้เห็นด้วย ตามรูปเรื่องก็น่าจะเป็นนายตี๋จะยิงพวกของจำเลย พวกของจำเลยจึงยิงนายตี๋เสียก่อน ดังนี้จำเลยทั้งสามหาต้องรับผิดฐานสมคบในการยิงด้วยไม่ ดังนี้จำเลยทั้งสามหาต้องรับผิดฐานสมคบในการยิงด้วยไม่ พิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๓๐๑ นายสวัสดิ์จำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญาม.๑๒๘ ด้วย แต่ให้รวมลงโทษจำคุกคนละ ๑๒ ปี ลดตาม มาตรา ๕๙ ให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกคนละ ๘ ปี ปอกะเจาไม่ริบ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์๒๐,๐๗๐ บาท ข้อหาอื่นยก อัยการโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันกระทำผิดังฟ้องทุกข้อหา ฯลฯ ฝ่ายจำเลยแยกกันอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง แต่อุทธรณ์ของนายแช่มจำเลยยื่นเมื่อพ้นกำหนดแล้วศาลชั้นต้นสั่งรับแต่อุทธรณ์ของนายสวัสดิ์และนายฉายจำเลยศาลอุทรธ์เชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง แต่จำเลยคนใดจะมีความผิดฐานใดเพียงไรตามอุทธรณ์ของโจทก์นั้นเห็นว่าเรื่องการปลอมตนไปกระทำการเป็นเจ้าพนักงานนั้น คดีได้ความชัดว่า จำเลยทุกคนกับพวกที่ยังจับไม่ได้สมคบกันมากระทำโจรกรรมโดยมีแผนการณ์ว่าเป็นเจ้าพนักงานจะขอตรวจค้นปืนที่อ้างว่าตกอยู่กับนายยน นายผัน โดยผิดกฎหมาย แล้วในที่สุดก็ได้เริ่มดำเนินการโจรกรรมด้วยอุบายนี้ ฉะนั้นแม้นายเช่มนายฉายจะมิได้แต่เครื่องแบบตำรวจ แต่เมื่อได้ร่วมกับพรรคพวกมากระทำการเป็นเจ้าพนักงานด้วยกัน จำเลยสองคนนี้ก็มีผิดฐานเป็นตัวการปลอมตนมากระทำการเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๒๗ ซึ่งมาตรานี้หาได้บัญญัติว่าผู้กระทำผิดจะต้องแต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงานด้วยไม่ ส่วนความผิดฐานสมคบกันทำการปล้นทรัพย์และฆ่าเจ้าพนักงานผู้การทำการตามหน้าที่นั้น เห็นว่าก่อนลงมือปล้นจำเลยกัยพวกทุกคนได้ยินยอมพร้อมใจกันให้นางโอตไปตามนายตี๋ผู้ตายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านมารู้เห็นในการที่พวกจำเลยจะทำการตรวจค้นก็เห็นได้ว่าจำเลยกับพวกได้พร้อมใจกันที่จะทำการต่อต้านขัดขวาง ในเมื่อนายตี๋จะกระทำการตามหน้าที่ซึ่งจะเป็นการใช้อุบายยึดตัวนายตี๋เสียอีกหรือเกิดการต่อสู้ทำร้ายก็แล้วแต่เหตุการณ์ ฉะนั้นการที่พวกจำเลยยิงนายตี๋ก็อยู่ในแผนการณ์ที่พวกจำเลยทุกคนร่วมรู้อยู่ก่อนแล้วนั่นเอง จึงผิดกับเรื่องสมคบกันไปปล้นเอาทรัพย์อย่างเดียวโดยฉะเพาะ แต่ผู้ร้ายบางคนเกิดไปยิงใครตายขึ้นโดยเพื่อนผู้ร้ายอื่นไม่อาจคาดหมายได้อุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น จำเลยทุกคนเป็นตัวการในการฆ่านายตี๋ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมากระทำการตามหน้าที่ตาย ส่วนข้อที่โจทก์ขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาปืนของนายตี๋นั้นคดีฟังได้ว่าจำเลยแย่งปืนไปเพียงกระบอกเดียว พิพากษาก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยทุกคนมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๐๑ ประกอบด้วยกฎหมายลักษณะอาญามตรา ๒๕๐ ข้อ ๒ กะทงหนึ่ง ผิดฐานปลอมตนไปกระทำการเป็นจ้าพนักงานตามมาตรา ๑๒๗ กะทงหนึ่ง โดยฉะเพาะนายสวัสดิ์จำเลยผิดฐานแต่งกายใช้เครื่องยศสำหรับเจ้าพนักงานตาม ม.๑๒๘ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย แต่เห็นสมควรให้รวมกะทงลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๕๐ กะทงเดียว ให้ประหารชีวติจำเลยทั้งสาม จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนปราณีลดให้๑ใน๓ คงจำคุกไว้คนละ ๒๐ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาปืนของนายตี๋ ๑ กระบอกเป็นเงิน ๒,๕๐๐ บาท นอกจากนี้ยืน นายสวัสดิ์ นายฉายฎีกาว่า ข้อเท็จจริงยังไม่ควรฟังลงโทษจำเลยและฎีกาในข้อกฎหมายเท็จจริงและข้อกฎหมายทุกประการแล้ว พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2498 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายสวัสดิ์ที่ 1 นายฉาย ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายสวัสดิ์ที่ 1 นายฉาย ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายเชิญ โกศิน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 736/2464ฎีกา 433/2491ฎีกา 756/2483ฎีกา 661/2490ฎีกา 1266/2500ฎีกา 1157/2492ฎีกา 398/2493ฎีกา 1008/2493ฎีกา 515/2493ฎีกา 569/2490ฎีกา 744/2483ฎีกา 1182/2494ฎีกา 187/2492ฎีกา 709/2483ฎีกา 746-747/2483ฎีกา 185/2499ฎีกา 760-765/2491ฎีกา 1998/2497ฎีกา 472/2494ฎีกา 782/2499ฎีกา 1073/2499ฎีกา 681/2491ฎีกา 597/2485ฎีกา 821/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา