⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 596-598/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 596-598/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อศาลตรวจฟ้องคดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ถูกต้องตามกฎหมายและนัดไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ถือว่าฟ้องสมบูรณ์และผู้ถูกฟ้องมีสถานะเป็นจำเลยแล้ว * การอ้างสำนวนคดีอื่นมาเป็นพยานหลักฐานในคดีใหม่ ไม่ถือเป็นการพิจารณาและสืบพยานในศาลตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์เมื่อศาลตรวจฟ้องถูกต้องตาม ป.วิ.อาญา ม.158และสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้องแล้วก็ถือเป็นฟ้องตาม ก.ม.และจะถือว่าผู้ถูกฟ้องยังไม่เป็นจำเลยหาได้ไม่ หากแต่ได้รับผ่อนผันยกเว้นสำหรับการดำเนินคดีในเบื้องต้นเท่านั้น ฉนั้นถ้าจะเป็นฟ้องเท็จก็อาจเป็นผิดตาม ก.ม.อาญา ม.158,159 ได้คดีอาญาที่คู่ความเพียงแต่อ้างสำนวนการพิจารณาในคดีอื่นมาเป็นพยานหลักฐานในคดีหลังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการพิจารณาและสืบพยานในศาลตาม ป.วิ.อาญา. ม.172

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.158 กฎหมายลักษณะอาญา ม.159 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.165 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.159

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ๓ สำนวนนี้มูลกรณีเดิมจำเลยฟ้องนายหมวก นายหนำ นายก้อนว่าเบิกความเท็จ นายหมวก นายหนำ นายก้อนจึงร้องต่ออำเภอว่าจำเลยฟ้องเท็จ จำเลยจึงตกลงกับคนทั้ง ๓ ถอนฟ้องคดีก่อนไต่สวนมูลฟ้อง บุคคลทั้ง ๓ ก็ไปถอนคำร้องทุกข์แต่ทางอำเภอไม่ยอมจึงมาเกิดเป็นคดีเรื่องนี้ขึ้น ในชั้นพิจารณาโจทก์จำเลยตกลงรับยืนยันความจริงตามคำเบิกความของพยานแต่ละฝ่ายที่ลืมไปสำนวนก่อน และจำเลยยอมให้ถือว่าการสืบพยานในคดีก่อนเป็นการกระทำต่อหน้าจำเลยในคดีนี้ ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานพิพากษายกฟ้องทั้ง ๓ สำนวน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยและพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกาข้อ ๑. ว่าฟ้องของจำเลยที่ฟ้องนายหมวกนายหนำ นายก้อน เรื่องเบิกความเท็จยังไม่ได้ไต่สวน ยังไม่เป็นฟ้อง ตาม ก.ม. ข้อ ๒. ว่าโจทก์จำเลยยืนยันตามความจริงของคำพยานที่สืบไปแล้วในสำนวนก่อนและจำเลยให้ถือว่ามีผลเท่ากับพิจารณาต่อหน้าจำเลยในคดีนี้ ไม่จำต้องสืบซ้ำข้อเท็จจริงอีก ศาลฎีกาเห็นว่าข้อ ๑. ตามฟ้องฉบับนั้นถูกต้องตามบัญญัติไว้ใน ม.๑๕๘ ป. วิ.อาญาโดยครบถ้วนนับว่าเป็นฟ้องตาม ก.ม. การที่ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์นั้นเป็นลักษณะของการพิจารณาในเบื้องต้นที่จะต้องพิเคราะห์มูลคดีเสียขั้นหนึ่งก่อน ถ้าฟ้องฉบับนั้นไม่ต้องด้วยลักษณะของฟ้องแล้วศาลก็ไม่ต้องนัดไต่สวน สั่งยกเสียได้ทีเดียว เมื่อศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องก็หมายความว่า รับไว้เพื่อดำเนินการพิจารณาในเบื้องต้นแล้ว และการไต่สวนมูลฟ้องจะถือว่าผู้ถูกฟ้องยังไม่เป็นจำเลยไม่ได้ดั่ง ม.๒ ข้อ ๓. ป.วิ.อาญา วิเคราะห์ศัพท์ไว้ว่า "จำเลยหมายถึงบุคคลที่ถูกฟ้องยังศาลแล้วโดยข้อหาว่าได้กระทำความผิด" ข้อ ๒ หลักในการพิจารณาความอาญา ป.วิ.อาญา.ม. ๑๗๒ มีว่า "การพิจารณาและสืบพยานในศาลให้กระทำโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย" แต่คดี ๓ สำนวนนี้ยังมิได้มีการพิจารณาและสืบพยานในศาล หากแต่คู่ความอ้างสำนวนการพิจารณาในคดีอื่นมาขอให้ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดี ๓ สำนวนหลังนี้ ซึ่งความจริงมิใช่เป็นการพิจารณาและสืบพยานตาม ก.ม.บัญญัติไว้ เห็นว่าปฏิบัติการคลาดเคลื่อนต่อ ก.ม. จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 596 - 598/2498 อัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายเพ็ชร ไชยวงศ์แสน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายเพ็ชร ไชยวงศ์แสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแพร่ - นายเสถียรลิมปิษเสถียร · ศาลอุทธรณ์ - นายกำธร พันธูลาภ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 8080/2538ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2252/2560ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 11720/2555ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา