คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2498
ย่อคำพิพากษา
เมื่อปรากฎว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ แม้โจทก์จะมิได้เข้าทำด้วยตนเองก็ดี การที่จำเลยบุกรุกเข้าทำในที่พิพาทจึงเป็นการละเมิดโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โ่จทก์ฟ้องขอให้แบ่งแยกส่วนหนึ่งของที่นามีโฉนด ซึ่งได้รับยกให้และครอบครองมา ๑๕ ปีแล้ว เรียกค่าเสียหายที่จำเลยเข้าไถนาพิพาท ๑,๖๐๐ บาท จำเลยต่อสู้ว่าเป็นนาของจำเลย ๆ ทำนาของตนเองปีนี้น้ำท่วมเสียหายหมด
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินเป็นของโจทก์ให้แบ่งแยกตามฟอ้ง และให้ใช้ค่าเสียหาย ๓๐๐ บาท
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกข้อที่ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย นอกนั้นยืน
โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ควรได้รับค่าเสียหาย
ศาลฎีกาปรีกษาว่าคดีนี้ฟังได้ตระหนักว่าจำเลยจงใจทำการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์โดยบุกรุกแย่งทำนาแม้โจทก์จะมิได้เข้าทำนาด้วยตนเอง โจทก์ก็อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหาย โดยไม่มีโอกาสเข้าทำนาหรือให้ผู้แทนเข้าทำ ่จำเลยต่อสู้แต่เพียงว่าน้ำท่วมข้าวเสียหมด ถึงอย่างไรก็ต้องเสียหาย โจทก์จึงไม่ควรได้ค่าเสียหายซึ่งหาใช่ข้อแก่ตัวอันจะพ้นผิดจากการที่คนละเมิดไม่ ส่วนโจทก์จะเลยให้ผู้ใดทำนาแทนโจทก์ก็หาสำคัญไม่
จึงพิพากษาแก้ให้บังคับคดียืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2498
นานวาน เนียมเตียง โจทก์
นางชม เสนาธรรม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นานวาน เนียมเตียง · จำเลย - นางชม เสนาธรรม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ · ชวน สิงหลกะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายเพ็ญ ญาณประสาท · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถไพศาลศุรตี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา