คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ค้ำประกันลูกจ้างรับผิดเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของลูกจ้างในหน้าที่การงานที่จ้างเท่านั้น หากจะให้รับผิดในประการอื่น ต้องระบุไว้ให้ชัดเจน
ย่อคำพิพากษา
ทำสัญญาค้ำประกันลูกจ้างซึ่งทำหน้าที่เป็นช่างทองของโจทก์โดยยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่ลูกจ้างทำขึ้นนั้น ย่อมหมายความว่าผู้ค้ำประกันยอมใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ซึ่งเกิดจากการกระทำของลูกจ้างในหน้าที่การงานที่จ้างกันเท่านั้นหากจะให้ผู้ค้ำประกันรับผิดในประการอื่นนอกจากหน้าที่การงานที่จ้างเช่นเงินล่วงหน้าที่ลูกจ้างขอรับไปนั้น ความรับผิดเช่นว่านี้ต้องกล่าวไว้ให้ชัด มิฉะนั้น ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิด
ประเพณีเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องนำสืบ อ้างว่าตามประเพณีช่างทองจะต้องรับเงินล่วงหน้าผู้ค้ำประกันจึงต้องรับผิดด้วยดังนี้เมื่อโจทก์ไม่สืบผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นบริษัทจำกัด โดยนายเจตน์และนางพยงค์ เป็นกรรมการมีอำนาจลงลายมือชื่อประทับตราเป็นสำคัญแทนบริษัทได้จำเลยค้ำประกันนายเตียซ้งเข้าทำงานในหน้าที่ช่างทองของบริษัทโจทก์ โดยจำเลยยอมรับผิดชดใช้ความเสียหายที่นายเตียซ้งทำขึ้น
นายเตียซ้งได้รับเงินล่วงหน้าจากโจทก์ไป ๗,๕๐๐ บาทตามประเพณีช่างทอง แล้วหลบหนีไปไม่+งาน ยักยอกเอาเศษทองคำคิดเป็นเงิน ๔๖๓ บาท จำเลยยอมใช้แต่ค่าเศษทองคำไม่ยอมใช้เงินที่นายเตียซ้งเอาไปขอให้ศาลบังคับ
จำเลยตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะจำเลยมิได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ จำเลยทำสัญญาค้ำประกันนามเตียซ้งไว้กับนายลิ้มเต็กซ้ง ผู้จัดการห้างยี่สุ้นมุ้ย ไม่เกี่ยวกับโจทก์
ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม การรับเงินล่วงหน้าไม่ใช้ประเพณีของช่างทองและจำเลยมิได้ค้ำประกันรายนี้และต่อสู้อื่น ๆ อีก
ศาลชั้นต้นฟังว่าบริษัทโจทก์กับห้างยี่สุ้นมุ้ยตามสัญญาค้ำประกันคืออันเดียวกับโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ โจทก์จ่ายเงินล่วงหน้าให้นายเตียซ้งไปเป็นเงิน ๔,๕๐๐ บาท และนายเตียซ้งยังส่งทองคำที่รับมาทำให้โจทก์ไม่ครบขาดอีก ๑๙ กรัม คือเป็นเงิน ๔๖๓ บาท ซึ่งจำเลยยอมรับใช้ตามสัญญาค้ำประกันแต่เงินที่โจทก์จ่ายล่วงหน้าให้นายเตียซ้งนั้น จำเลยไม่ต้องรับผิด เพราะตามสัญญาค้ำประกันหมายถึงการกระทำอันเกี่ยวกับหน้าที่ของนายเตียลงโดยตรง พิพากษาให้จำเลยให้เงินราคาเศษทองคำ ๔๖๓ บาท นอกจากนั้นยก
โจทก์แต่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาค้ำประกันที่จำเลยค้ำประกันนายเตียซ้งกับบริษัทโจทก์มีข้อความว่า "ผู้ค้ำประกันตกลงยินยอมรับผิดชอบในเมื่อผู้นี้ (นายเตียซ้ง)หนีไปด้วยประการทั้งปวง จะเป็นเหตุใดก็ตามซึ่งเป็นการกระทำของนายเตียซ้งแล้ว ผู้ค้ำประกันจะยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ห้างยี่สุ้นมุ้ย เป็นจำนวนเงินเท่าที่ผู้นี้กระทำความเสียหาย อย่างสูงคิดเป็นราคาทองคำบริสุทธิ์หนักไม่เกิน ๒๐ บาท ฯลฯ
เมื่อพิจารณาความในสัญญาโดยเฉพาะในข้อที่ว่า "ฯลฯ จะเป็นเหตุใดก็ตามซึ่งเป็นการกระทำของนายเตียซ้งแล้ว ผู้ค้ำประกันจะยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์" ประกอบกับพิจารณาถึงกรณีนี้เป็นเรื่องสัญญาค้ำประกันนายเตียซ้ง ในการที่โจทก์จ้างนายเตียซ้งทำงานในหน้าที่ช่างทองแล้ว ย่อมหมายถึงว่าผู้ค้ำประกันยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ซึ่งเกิดจากการกระทำของนายเตียซ้ง ในหน้าที่การงานที่จ้างกัน หากจะให้ผู้ค้ำประกันรับผิดในประการอื่นนอกจากหน้าที่การงานที่จ้างแล้ว ก็ควรจะกล่าวให้ชัดแจ้ง เงินที่โจทก์จ่ายล่วงหน้าให้นายเตียซ้งไปนี้จำเลยไม่รู้เห็น เป็นการให้กันไปเองไม่เกี่ยวกับกิจการงานที่จ้าง และโจทก์ไม่ได้สืบให้ปรากฎตามฟ้องว่าตามประเพณีช่างทองจะต้องขอรับเงินล่วงหน้านั้นอย่างใด ดังนั้นจะฟังว่านายเตียซ้งหนีหรือไม่ก็ตาม จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินที่โจทก์จ่ายล่วงหน้าให้นายเตียซ้ง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2498
บริษัท ตั้นอี้สุ้นมุ้ย จำกัด โดยนายเจตน์ ตัณฑ์ไพโรจน์ และ นางพยงค์ ตัณ
ฑ์ไพโรจน์ กรรมการ โจทก์
นายปั๊ก ยี่ห้อเตียฮะหลี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ตัณ - บริษัท ตั้นอี้สุ้นมุ้ย จำกัด โดยนายเจตน์ ตัณฑ์ไพโรจน์ และ นางพยงค์ · โจทก์ - ฑ์ไพโรจน์ กรรมการ · จำเลย - นายปั๊ก ยี่ห้อเตียฮะหลี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสวิง ลัดพลี · ศาลอุทธรณ์ - นายเชื้อ คงคากุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา