⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 815/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เยาว์กระทำการอันเป็นความผิดเพื่อป้องกันบิดาที่กำลังถูกทำร้ายโดยที่บิดาไม่อาจช่วยเหลือหรือป้องกันตนเองได้ ผู้เยาว์ย่อมไม่ต้องรับผิดในผลแห่งการกระทำนั้น และบิดาก็ไม่ต้องร่วมรับผิดด้วย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 2,3 ผู้เยาว์เข้าต่อสู้ทำร้ายกับโจทก์เนื่องจากโจทก์จะเข้าทำร้ายจำเลยที่ 1 ผู้เป็นบิดา ขณะที่จำเลยที่ 1 กำลังสาละวนอยู่กับบิดาโจทก์ผู้บุกรุกที่ดินจำเลยโดยไม่มีโอกาสมาสนใจกับการต่อสู้ของโจทก์จำเลยนั้น จำเลยที่ 1 ผู้เป็นบิดาจำเลยที่ 2,3 หาจำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายร่วมกับจำเลยที่ 2,3 ด้วยไม่ แลไม่สามารถจะปฏิบัติอย่างอื่นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.424 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.429

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามสมคบกันใช้มีดไม้ฟันและตีโจทก์ถึงบาดเจ็บสาหัส จำเลยที่ ๒,๓ ถูกฟ้องความอาญาศาลลงโทษไปแล้วจำเลยที่ ๑ เป็นบิดาผู้ปกครองจำเลยที่ ๒,๓ ไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่โจทก์เสียหายจึงขอให้ชดใช้ จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด โจทก์กับจำเลยที่ ๒,๓ เกิดวิวาททำร้ายกันขึ้น จำเลยที่ ๑ มิได้สนับสนุนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว โจทก์ไม่เสียหายดังฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้ง ๓ ร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหาย ๒,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องเพราะจำเลยที่ ๑ คงให้จำเลยที่ ๒,๓ ร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหาย ๕๐๐ บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเหตุเรื่องนี้บังเกิดขึ้นเพราะบิดาโจทก์และโจทก์บุกรุกเข้าไปในที่ดินของจำเลย ๆ มีสิทธิจะขับไล่ การที่จำเลย ที่ ๒,๓ ได้ต่อสู้กับโจทก์ก็เพราะโจทก์ถืออาวุธจะเข้าทำร้ายจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ก่อความผิดขึ้นก่อนจึงต่อสู้กันขึ้น โจทก์เป็นฝ่ายก่อชนวนแห่งความผิด การกระทำของจำเลยที่ ๒,๓ จึงติดตามมา กรณีเป็นที่พิสูจน์ให้เห็นได้ว่าการที่โจทก์กับจำเลยที่ ๒,๓ ต่อสู้กันนั้น มิใช่เพราะจำเลยที่ ๑ ขาดการให้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแล หากเป็นเพราะโจทก์เป็นต้นเหตุทั้งเวลานั้นจำเลยที่ ๑ ก็มัวสาละวนอยู่กับบิดาโจทก์ผู้บุกรุกไม่ทันมีโอกาสมาสนใจในทางนี้ เหตุเกิดโดยปัจจุบัน จำเลยไม่มีโอกาสและไม่สามารถที่จะปฏิบัติเป็นอย่างอื่นให้ดีกว่านี้ได้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดร่วมด้วยตามมาตรา ๔๒๙ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2498 นางบือเลาะ ไทเล็ง โจทก์ นายวาแม อิหะโล๊ะ ที่ 1 นายไชยา ละมิติง อิหะโล๊ะ ที่ 2 นายหะเย็ง อิหะโล๊ะ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบือเลาะ ไทเล็ง · ที่ - นายวาแม อิหะโล๊ะ ที่ 1 นายไชยา ละมิติง อิหะโล๊ะ ที่ 2 นายหะเย็ง อิหะโล๊ะ · จำเลย - 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายประถม วิเชียรเนตร · ศาลอุทธรณ์ - นายกำธร พันธุลาภ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1073/2473ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา