คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2499
ป.พ.พ. ม.823 · ป.วิ.แพ่ง ม.172
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยร่วมกันและแทนกันรับผิดในหนี้ที่เกิดจากการซื้อเชื่อสิ่งของและจ้างติดตั้งไฟฟ้ารวมเป็นเงินจำนวนหนึ่งนั้น ไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม หากข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้างนั้นชัดแจ้งเพียงพอให้จำเลยเข้าใจได้
* หากจำเลยที่ 2 กระทำการแทนบริษัทจำเลยที่ 1 ในการซื้อของและจ้างงาน และบริษัทได้รับประโยชน์จากการกระทำนั้นแล้ว บริษัทจำเลยที่ 1 ย่อมต้องรับผิดในหนี้นั้น แม้การกระทำดังกล่าวจะไม่ได้เป็นไปตามข้อบังคับเรื่องกรรมการลงนามและประทับตราของบริษัทก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยโดยร่วมกันและแทนกันได้ซื้อเชื่อสิ่งของต่าง ๆ และจ้างโจทก์ติดตั้งไฟฟ้ารวมเป็นเงิน 14,405 บาท ขอให้ร่วมกันและแทนกันใช้เงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย ดังนี้ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมเพราะโจทก์พรรณาความชัดแจ้งพอที่จะให้จำเลยเข้าใจได้ดีแล้ว
เมื่อฟังว่าจำเลยที่ 2 ซื้อของจากโจทก์และจ้างโจทก์เพื่อกิจการของบริษัทจำเลยที่ 1 หรือนัยหนึ่งได้ทำการแทนจำเลยที่ 1 ซึ่งได้รับและใช้ประโยชน์ไปเสร็จแล้ว ไม่จำต้องให้กรรมการลงนามและประทับตราของบริษัทตามข้อบังคับ บริษัทจำเลยที่ 1 ก็หาพ้นความรับผิดไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.823 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยโดยร่วมกันและแทนกันได้ซื้อเชื่อสิ่งของต่าง ๆ ใช้ในการไฟฟ้าไปจากโจทก์และเช่าเครื่องทำไฟฟ้าคิดรวมเป็นเงิน ๑๔,๔๐๕ บ. ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันใช้เงิน ๑๔,๔๐๕ บ. พร้อมทั้งดอกเบี้ย
จำเลยทั้ง ๒ ปฏิเสธต่อสู้ว่าไม่เคยซื้อไม่เคยจ้าง และตัดฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัด จำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการ ฟ้องโจทก์กล่าวว่า "จำเลยโดยร่วมกันและแทนกัน" เป็นฟ้องเคลือบคลุมเพราะไม่ชัดแจ้งว่าจะให้รับผิดในฐานใด และข้อบังคับของบริษัทได้จดทะเบียนว่าการทำนิติกรรมใด ๆ ต้องมีกรรมการลงนามและประทับตราจึงจะผูกพันบริษัท ฯ แต่การตกลงกับโจทก์มิได้มีกรรมการลงนามประทับตรา จึงไม่ผูกพันบริษัท ฯ
ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยที่ ๒ ได้สั่งซื้อเครื่องไฟฟ้าและจ้างให้ติดตั้งกับเช่าเครื่องทำไฟไปจากโจทก์ และเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมเพราะการกระทำของจำเลยที่ ๒ อาจเป็นการทำร่วมหรือทำแทนบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้แล้วแต่ข้อเท็จจริงที่นำสืบ เพราะคีดฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ ทำเพื่อกิจการของบริษัทจำเลยที่ ๑ เป็นการทำแทนจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว พิพากษาให้บริษัทศาลาแดงจำกัดจำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ๑๔,๔๐๕ บ.พร้อมทั้งดอกเบี้ย ฯ ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องให้รับผิดให้ยกฟ้อง
บริษัทศาลาแดงจำกัดจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
บริษัทศาลาแดงจำกัดจำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยที่ ๒ ได้สั่งซื้อเครื่องไฟฟ้าจ้างโจทก์ติดตั้งและเช่าเครื่องไฟฟ้าจากโจทก์จริง ข้อที่จำเลยคัดค้านว่าฟ้องเคลือบคลุมนั้นก็ฟังไม่ขึ้นเพราะโจทก์พรรณาความแจ้งชัดพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจได้ดีแล้ว จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้ซื้อเชื่อเครื่องไฟฟ้า จ้างโจทก์ติดตั้ง และเช่าเครื่องทำไฟฟ้า ก็เพื่อกิจการของบริษัทจำเลยที่ ๑ หรือนัยหนึ่งได้ทำการแทนจำเลยที่ ๑ ซึ่งได้รับและใช้ประโยชน์ไปเสร็จแล้ว ไม่จำต้องให้กรรมการลงนามและประทับตราของบริษัทตามข้อบังคับ
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2499
ห้างหุ้นส่วนจำกัดเตียวฮงชั้งเลียกโดยนายจิวเซียะ หุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์
บริษัทศาลาแดงจำเลยที่ 1 นางประพีร์ นารุเศรณี ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเตียวฮงชั้งเลียกโดยนายจิวเซียะ หุ้นส่วนผู้จัดการ · จำเลย - บริษัทศาลาแดงจำเลยที่ 1 นางประพีร์ นารุเศรณี ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยการณ์โกวิท · นนทปัญญา · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลแพ่ง - นายสมคิด สีหนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ว.วงษ์ศิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา