คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขู่เข็ญโดยการแสดงท่าทางหรือการกระทำที่น่าจะทำให้ผู้ถูกกระทำตกใจกลัว ประกอบกับการใช้กำลังประทุษร้าย ย่อมเป็นองค์ประกอบความผิดฐานชิงทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยที่ยืนเอามือกุมด้ามปืนคุมเชิงอยู่และพูดว่าค้นเอาให้หมด ขณะที่จำเลยที่ 2 ค้นเอาเงินจากผู้เสียหายนั้น เป็นการแสดงขู่เข็ญแล้วทั้งจำเลยที่ 2 ยังกระชากมือผู้เสียหายซึ่งปิดกระเป๋าไว้เพื่อสะดวกในการล้วงเอาเงิน เป็นการใช้กำลังทำร้ายย่อมเข้าลักษณะชิงทรัพย์ตาม ก.ม.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยสมคบกันชิงทรัพย์ของผู้เสียหายจริงดังฟ้อง มีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๙๙,๖๓ จำคุกจำเลยคนละ ๔ ปี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสอง ฎีกาในปัญหาข้อ ก.ม.ว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
ศาลฎีกาเห็นว่ากริยาที่จำเลยที่ ๑ ยืนเอามือกุมด้ามปืนคุมเชิงอยู่และยังได้ความอีกว่า ได้พูดกระชาก กระชากว่าค้นเอาให้หมดในขณะที่จำเลยที่ ๒ ทำการค้นเอาเงินจากผู้เสียหายนั้นเป็นการแสดงการขู่เข็ญแล้วเพราะทำให้ผู้เสียหายกลัวภัยจากอาวุธนั้นไม่กล้าขัดขืน ทั้งยังได้ความอีกว่าผู้เสียหายเอามือปิดกระเป๋าไว้ จำเลยที่ ๒ กระชากเอามือออก เพื่อให้เป็นความสะดวกในการล้วงเอาเงิน เป็นการใช้กำลังทำร้ายเข้าลักษณะชิงทรัพย์ตาม ก.ม.
จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2499
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
พลตำรวจเสรีศักดิ์ เหรียญทอง ที่ 1 พลตำรวจตั้ง โสมประทุม ที่ 2 จำเลยโจท
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลยโจท - พลตำรวจเสรีศักดิ์ เหรียญทอง ที่ 1 พลตำรวจตั้ง โสมประทุม ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลอาญา - นายอำพัน บุญกลั่น · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายพจน์ ปุษปาคม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา