⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1475/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ยอมรับทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้ตามสัญญา ถือว่าหนี้ระงับสิ้นไปโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกู้เงินโจทก์ไป แล้วตกลงกันว่าเมื่อถึงกำหนดชำระในสัญญาจำเลยไม่ชำระให้โจทก์โอนที่ 2 แปลงไปเป็นของโจทก์ตกลงกันแล้วจำเลยได้มอบที่ 2 แปลงพร้อมด้วยตราจอง และเซ็นใบมอบอำนาจไว้ในกระดาษเปล่าให้โจทก์กรอกข้อความเอาเอง เพื่อโอนที่เป็นของโจทก์หรือของใครตามที่โจทก์ต้องการ ครั้นถึงกำหนดชำระ จำเลยไม่ชำระเงินตามสัญญา โจทก์จึงจัดการโอนที่ 2 แปลงใส่ชื่อภรรยาโจทก์และเข้าครอบครอง เช่นนี้ ถือได้ว่าเจ้าหนี้ยอมรับหนี้อย่างอื่นแทน นับว่าเป็นการสมบูรณ์แล้ว หนี้สินที่จำเลยกู้ โจทก์มาย่อมระงับไป และกรณีไม่เข้ามาตรา 656 เพราะไม่มีใครฟ้องร้องขอให้บังคับตามข้อตกลงนั้น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.656

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้กู้เงินไป ๓ คราวเป็นเงิน ๕๗,๐๐๐ บาท ติดค้างดอก ๒๒,๐๐๐ บาท ได้ทวงถามแล้วจำเลยก็ไม่จัดการใช้ จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่าได้กู้เงินครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ไป รวม ๕๐,๐๐๐ บาทจริง แต่ได้มอบตราจอง ๒ ฉบับไว้แก่โจทก์ ที่นี้เป็นของจำเลยแต่เอาชื่อนางสาวบุญสมบุตรลงไว้ในตราจอง ในการมอบตราจองทั้งสองนี้ไว้ โจทก์ได้ให้จำเลยเซ็นใบมอบฉันทะตั้งตัวแทนไว้ โดยมิได้กรอกข้อความไว้ให้โจทก์ โดยตกลงกันว่าถ้าจำเลยไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญา โจทก์ชอบที่จะกรอกข้อความในใบมอบฉันทะโอนตราจองเอาเองตามพอใจ แล้วไปจัดการโอนตราจองที่หอทะเบียนที่ตน เป็นการซื้อเอาที่ดินของจำเลยหักกลบลบหนี้เงินที่จำเลยเป็นลูกหนี้ทั้งหมดได้ จำเลยได้ให้นางสาวบุญสมเซ็นชื่อในใบมอบฉันทะมอบให้โจทก์ไปพร้อมกับตราจอง ๒ ฉบับนั้น ต่อมาเมื่อ ๒๔ เมษายน ๒๔๙๕ โจทก์ได้จัดการโอนชื่อกรรมสืทธิ์ - ในตราจอง ๒ ฉบับนั้นเป็นการโอนขายให้นางฝืนภรรยาของโจทก์ไปเสร็จแล้วโดยมิได้บอกให้จำเลยทราบ และโจทก์ยังทำกลฉ้อฉลให้จำเลยหลงเข้าใจผิด จำเลยจึงทำสัญญากู้ฉบับหลังจำนวนเงิน ๗,๐๐๐ บาท สำหรับดอกเบี้ยที่ค้างชำระให้โจทก์ยึดถือไว้โดยจำเลยไม่ได้รับเงินเพิ่มเติมประการใด จำเลยถือว่าหนี้สินตามสัญญากู้ ๓ ฉบับระงับสิ้นไปแล้ว โดยการที่โจทก์โอนเอาที่ดินของจำเลยหักกลบลบหนี้ไปดังกล่าวแล้วจึงขอให้ศาลยกฟ้อง ศาลขั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชนะคดี โจทก์ฏีกา ศาลฏีกาวินิจฉัยว่าประเด็นที่โต้เถียงกันขึ้นมาถึงศาลฏีกามีประการเดียวคือ การที่โจทก์เอาที่ดิน ๒ ตราจองของนางสาวบุญสมโอนขายไปนั้น เป็นการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ตามที่จำเลยกล่าวอ้าง หรือว่าโอนไปเพื่อเป็นประกันเงินกู้ตามที่โจทก์นำสืบมานั้น ซึ่งศาลฏีกาเห็นว่าพฤติการณ์ของโจทก์แสดงว่าโจทก์โอนที่นาของจำเลยไปเพื่อเป็นการชำระหนี้เงินกู้สมดั่งจำเลยต่อสู้ กรณีต้องบังคับตามประมวลแพ่งฯ มาตรา ๓๒๑ หนี้สินตามสัญญากู้เงินยอมระงับไป และกรณีไม่เกี่ยวกับมาตรา ๖๒๖ เพราะไม่มีใครฟ้องร้องขอให้ศาลบังคับตามข้อตกลงเช่นว่านั้น และไม่มีใครกล่าวอ้างในเรื่องข้อตกลงเป็นโมฆะประการใด จึงพิพากษายันตามศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2500 นายถนอม พฤกษะวัน โจทก์ นายเจริญ นิรมล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายถนอม พฤกษะวัน · จำเลย - นายเจริญ นิรมล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดพิจิตร - นายภิญโญ,ภู · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ -หลวงสารนับประศาสน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 1452/2511ฎีกา 712-713/2520ฎีกา 1143/2494ฎีกา 4867/2533ฎีกา 1303/2533ฎีกา 7863/2538ฎีกา 2533/2549ฎีกา 5034/2538ฎีกา 298/2517ฎีกา 6320/2534ฎีกา 286/2525ฎีกา 867/2523ฎีกา 5112/2552ฎีกา 583/2506ฎีกา 92/2531ฎีกา 6449/2544ฎีกา 3329/2550ฎีกา 6220/2548ฎีกา 5442/2551ฎีกา 1768/2549ฎีกา 846/2481ฎีกา 2124/2532ฎีกา 4934/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา