คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6214/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชำระหนี้ด้วยเช็คจะสมบูรณ์ต่อเมื่อเช็คนั้นเรียกเก็บเงินได้แล้ว หากเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ หนี้ย่อมไม่ระงับ และการจะนำสืบว่าได้ชำระหนี้แล้วโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืม หรือเวนคืนเอกสารแห่งการกู้ หรือแทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว จะต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การชำระหนี้ด้วยเช็คนั้นจะสมบูรณ์ต่อเมื่อเช็คนั้นเรียกเก็บเงินได้แล้วตาม ป.พ.พ. มาตรา 321 วรรคท้าย เมื่อเช็คพิพาทเรียกเก็บเงินไม่ได้หนี้ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในเช็คจึงยังไม่ระงับ การที่จำเลยทั้งสองจะนำสืบว่าได้มีการชำระหนี้ตามจำนวนดังกล่าวแล้วโดยไม่มีหลักฐานการใช้เงินเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือได้เวนคืนเอกสารแห่งการกู้หรือแทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้วไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคสอง
จำเลยมิได้ให้การไว้ว่า โจทก์ได้หักเงินจำนวน 48,000 บาทจากการขายฝากเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการชำระหนี้เงินกู้ยืมเลย จำเลยทั้งสองจึงนำสืบการหักเงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องนอกประเด็นที่ให้การไว้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางปิยะนาถหรือปิยนารถ สุวรรณเลิศ · จำเลย - นายทรงชัย เจนตวณิชย์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อธิราช มณีภาค · มงคล สระฏัน · วุฒิ คราวุฒิ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำปาง - นายสมชาย พันธุมะโอภาส · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายอร่าม หุตางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา