⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1543/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2500

ป.พ.พ. ม.5, 6, 1299 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยปรปักษ์เกิน 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ แต่จะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้รับโอนโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนได้ ก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ไว้แล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซื้อที่พิพาทจากนายทองสุขและได้จัดการโอนโฉนดจดทะเบียนการโอนกันถูกต้อง แต่ที่พิพาทนี้จำเลยปกครองมาเกิน 10 ปีโดยเจตนาเป็นเจ้าของ เวลาซื้อนายทองสุขบอกโจทก์ว่าจำเลยเช่าแต่โจทก์ไม่ถามจำเลย เมื่อฟังว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทมาเกิน 10 ปี โดยเจตนาเป็นเจ้าของ จำเลยก็ย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง แต่จะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้รับโอนโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนได้ก็ต่อเมื่อได้ไปจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ไว้ต่อเจ้าพนักงาน แต่ในคดีนี้ศาลฟังว่าโจทก์ได้รับโอนที่พิพาทจากนายทองสุขไปโดยเสียค่าตอบแทน แต่ไม่สุจริตจึงใช้ยันจำเลยไม่ได้ ศาลอาจฟังพยานทั้งสองฝ่ายรวมกันไป แล้วชี้ว่า ได้กระทำโดยสุจริตหรือทำโดยไม่สุจริตได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.6 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.6 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่โฉนด ๕๒๑๓ เนื้อที่ ๑๖ ไร่เศษ ตำบลขนมจีนนอก อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยซื้อจากนายทองสุขเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นราคา ๓,๐๐๐ บาท ได้จดทะเบียนการซื้อโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยเช่าที่แปลงนี้ทางตะวันออก ๑๐ ไร่จากนายทองสุขแล้วทำนาและปลูกเรือน แต่การเช่าไม่ได้ทำหนังสือ ต่อมาโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยออกจากที่ แต่กลับเถียงต่อสู้กรรมสิทธิ์ จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเดิมเป็นที่รกและเป็นของนางเหมือนป้านางทองจำเลย เมื่อ ๕๐ ปีนางเหมือนยกที่ให้นางทอง ๆ ได้เข้าปลูกบ้าน ก่อสร้างจนที่พิพาทเตียน นางทองครอบครองมาประมาณ ๔๕ ปี โจทก์รู้ถึงการปกครองของนางทอง กลับรับโอนที่ไปจากนายทองสุข เป็นการไม่สุจริต และนางทองฟ้องแย้งขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นของตน ห้ามมิให้โจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้อง โจทก์แก้ฟ้องแย้งว่าที่พิพาทไม่เคยเป็นของนางเหมือน ๆ ไม่เคยเข้าปลูกบ้าน จำเลยเช่าที่พิพาทจากนายทองสุข ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยชนะคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นางทองครอบครองที่พิพาทนี้ในฐานะเป็นเจ้าของมาก่อนที่นายทองสุขโอนขายให้โจทก์ เกิน ๑๐ ปีแล้วนางทองจำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง แต่นางทองไม่ได้จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ของตน จะใช้ยันกับโจทก์ไม่ได้ เว้นแต่จะได้ความว่าโจทก์รับโอนไว้โดยไม่สุจริต ซึ่งในเรื่องนี้ศาลฎีกาเห็นตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่า ตัวโจทก์ได้เบิกความว่าโจทก์ได้เห็นจำเลยครอบครองที่พิพาทรวมทั้งบ้าน ๓ หลังมา ๕ ปีแล้ว นายทองสุขบอกโจทก์เพียงว่านางทองจำเลยเช่า ไม่ได้บอกว่าเช่านานเท่าใด ครบกำหนดสัญญาเมื่อใด ค่าเช่าเท่าใด ถ้าจำเลยไม่ออกจะทำอย่างไร ทั้งที่พิพาทนายทองสุขก็ไม่รู้จัก ทั้งโจทก์ไม่เคยถามจำเลยก่อนที่จะรับซื้อว่าจำเลยได้เช่าที่พิพาทจริงหรือไม่ ฯลฯ เหล่านี้เป็นการเพียงพอที่จะฟังว่าโจทก์รับโอนโดยไม่สุจริต จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2500 นายแฉล้ม อยู่คำ กับพวก โจทก์ นายเสงี่ยม สนใจ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแฉล้ม อยู่คำ กับพวก · จำเลย - นายเสงี่ยม สนใจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยการณ์โกวิท · นนทปัญญา · นนทประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายศิริ จีระมะกร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิทักษ์มนูศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 1739/1739ฎีกา 231/2482ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1079/2497ฎีกา 4415/2528ฎีกา 377/2536ฎีกา 1095/2473ฎีกา 5640/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 521/2569ฎีกา 4185/2547ฎีกา 602/2490ฎีกา 1008/2510ฎีกา 546/2532ฎีกา 960/2485ฎีกา 1077/2532ฎีกา 6663/2538ฎีกา 1348/2508ฎีกา 365/2534ฎีกา 7900/2538ฎีกา 367/2495ฎีกา 905/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา