⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 680/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2500

ย่อคำพิพากษา

ถ้าปรากฎความผิดหลายฐานได้กระทำลงโดยผู้กระทำผิดคนเดียว ก็ย่อมฟ้องคดีทุกเรื่องต่อศาลซึ่งมีอำนาจชำระใน ฐานความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงได้ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อาญา มาตรา 24(1) นั้นกฎหมายถือเอาบุคคลผู้กระทำผิดเป็นสำคัญ มิใช่อาศัยแต่การเกี่ยวพันเฉพาะฐานความผิดเท่านั้น จำเลยกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ที่จังหวัดปากพนัง และถูกฟ้องยังศาลปากพนัง คดีอยู่ระหว่างพิจารณาจำเลยมากระทำผิดฐานมีอาวุธปืนและลูกระเบิดมือที่จังหวัดนครศรีธรรมราชอีก ดังนี้ โจทก์จึงฟ้องคดีหลังต่อศาลจังหวัดปากพนังได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนสั้นและมีลูกระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดตำบลปากพูน อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เนื่องจากจำเลยได้ กระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ในเขตอำเภอปากพนังก่อน และได้ถูกฟ้องต่อศาลจังหวัดปากพนังแล้วคดีอยู่ในระหว่างพิจารณา และความผิดในคดีนี้เกี่ยวพันกับความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยจำเลยกับพวกได้ใช้อาวุธนี้ทำการปล้นทรัพย์หลบหนีไป การกระทำผิดของจำเลยต้องตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๒๔ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดปากพนังซึ่งมีอำนาจชำระความผิด ฐานปล้นทรัพยอันมีอัตราโทษสูง ขอให้ลงโทษ ศาลปากพนังเห็นว่าไม่มีข้อความว่าจำเลยมีลูกระเบิดมือคงมีแต่อาวุธปืน และโจทก์ไม่ยืนยันว่าจะใช่อาวุธปืนกระบอก เดียวกับที่มีไว้ในคดีนี้หรือไม่ และเห็นว่าความผิดฐานปล้นทรัพย์ขาดตอนไปแล้วไม่เกี่ยวพันกับความผิดฐานมีอาวุธปืน และลูกระเบิด ซึ่งจำเลยได้กระทำผิดต่างท้องที่ การมีอาวุธปืนและลูกระเบิดกับการปล้นเป็นการกระทำผิดคนละวัน แต่ละตอนได้แยกขาดจากกันไปแล้ว จะถือว่าเป็นความผิดเกี่ยวพันกันตาม มาตรา ๒๔ แห่ง ป.วิ. อาญาไม่ได้ และข้อเท็จจริงอาจเป็นว่า จำเลยเพิ่งมีอาวุธปืนและลูกระเบิดภายหลังได้ จึงมีคำสั่งไม่ประทับฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า ป.วิ.อาญา มาตรา ๒๔ บัญญัติถึงเหตุที่ให้ถือว่าเป็นความผิดหลายเรื่องเกี่ยวพันกันไว้ประการหนึ่ง ในข้อ (๑) ว่าถ้าปรากฎความผิดหลายฐานได้กระทำลงโดยผู้กระทำผิดคนเดียวกันก็ย่อมฟ้องคดีทุกเรื่องต่อศาลซึ่งมีอำนาจชำระ ในฐานความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงได้ ทั้งนี้จะเห็นว่าถือเอาบุคคลผู้กระทำผิดเป็นสำคัญ มิใช่อาศัยแต่การเกี่ยวพันเฉพาะ ฐานความผิดดังศาลล่างยกเป็นเหตุเท่านั้น อนึ่ง เฉพาะเรื่องนี้ปรากฎว่าจำเลยถูกจับพร้อมด้วยอาวุธปืนและวัตถุระเบิด กระชั้นชิดกับเวลาต้องหาว่าปล้นทรัพย์ หากจะพิเคราะห์ถึงความสดวกในการพิจารณาก็มีอยู่ พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นประทับรับฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2500 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง โจทก์ นายวิเชียร หรือ ซด งามศิลป จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง · จำเลย - นายวิเชียร หรือ ซด งามศิลป
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิตสิทธิศถุงคาร · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดปากพนัง · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 639/2535ฎีกา 3584/2532ฎีกา 2726/2522ฎีกา 3298/2532ฎีกา 2455/2550ฎีกา 3903/2531ฎีกา 3430/2537ฎีกา 3042/2532ฎีกา 9018/2538ฎีกา 1281/2524ฎีกา 4487/2560ฎีกา 2899/2530ฎีกา 516/2504ฎีกา 1362/2508ฎีกา 9024-9026/2538ฎีกา 4337/2554ฎีกา 3213/2538ฎีกา 8252/2568ฎีกา 1542-1543/2517ฎีกา 9024/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา