⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1362/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทะเลาะวิวาทอื้ออึงในสาธารณสถานเป็นความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ที่เกิดเหตุเป็นร้านค้าและเป็นที่ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ จึงเป็นสาธารณสถานตามมาตรา 1(3) เมื่อจำเลยทะเลาะกันอื้ออึงในสาธารณสถานจึงเป็นผิดมาตรา 372 ข้อที่ว่าที่เกิดเหตุเป็นเคหสถานหรือไม่ หาใช่ประเด็นแห่งคดีไม่ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฝ่ายหนึ่ง จำเลยที่ 3 ถึงที่ 8 อีกฝ่ายหนึ่ง ทะเลาะกันอื้ออึงในสาธารณสถาน ฉะนั้น การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 เพียงแต่เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 ถึงที่ 8 เป็นจำเลยต่อศาลอาญา (ฐานบุกรุกทำร้ายร่างกาย) ในคดีเกี่ยวพันกันนี้โดยในชั้นนี้ศาลอาญาเพียงแต่รับฟ้องไว้พิจารณา ย่อมไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ถูกผู้ว่าคดี ฯ ฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลแขวงซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจชำระในความผิด (ฐานทะเลาะกันอื้ออึงในศาธารณสถาน) ซึ่งมีอัตราโทษต่ำกว่าและมิใช่เป็นกรณีตามมาตรา 24 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้งศาลแขวง ฯ มิได้ตกลงกับศาลอาญาสั่งให้ไปฟ้องยังศาลอาญาตามมาตรา 25 ส่วนมาตรา 24 วรรค 3 บัญญัติถึงความผิดอันเกี่ยวพันกัน มีอัตราโทษอย่างสูงเสมอกัน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.25 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.372

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฝ่ายหนึ่ง จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘ อีกฝ่ายหนึ่งทะเลาะกันอื้ออึงในร้านขายผ้าของจำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ ตอนหน้าร้านซึ่งเป็นสาธารณสถาน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๒ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๗ ผิดมาตรา ๓๗๒ ปรับคนละ ๓๐๐ บาท ลดโทษให้จำเลยที่ ๓ ที่ ๗ คนละกึ่ง คงปรับคนละ ๑๕๐ บาท จำเลยนอกนั้นให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้ฟ้องจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๗ และบุคคลอื่นเป็นจำเลยต่อศาลอาญาว่า สมคบกันบุกรุกทำร้ายร่างกายและสั่งประทับฟ้องไว้พิจารณาก่อนผู้ว่าคดียื่นฟ้องคดีนี้ ซึ่งคดีทั้ง ๒ เป็นมูลคดีเดียวกัน เกิดในวาระเดียวกัน กรรมเดียวกัน สถานที่เดียวกัน ศาลแขวงพระนครเหนือจึงไม่ชอบที่จะรับฟ้อง คำพิพากษาคดีนี้จึงไม่มีผลบังคับแก่จำเลย และเหตุเกิดในเคหสถานไม่ใช่สาธารณสถาน ไม่เป็นผิดมาตรา ๓๗๒ ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกาศาลชั้นต้นรับเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๘,๒๒๒ คือ ที่เกิดเหตุเป็นร้านค้า และเป็นที่ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ ดังนี้ เห็นว่าที่เกิดเหตุจึงเป็นสาธารณสถาน ตามมาตรา ๑(๓)แห่งประมวลกฎหมายอาญา จำเลยทะเลาะกันอื้ออึงในสาธารณสถานจึงเป็นผิดมาตรา ๓๗๒ ข้อที่ว่าที่เกิดเหตุเป็นเคหสถานหรือไม่ หาใช่ประเด็นแห่งคดีไม่ และเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เพียงแต่ฟ้องจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘ เป็นจำเลยต่อศาลอาญาในคดีเกี่ยวพันกันนี้ โดยในชั้นนี้ศาลอาญาเพียงแต่รับฟ้องไว้พิจารณา ย่อมไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ถูกผู้ว่าคดี ฯ ฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือ และเห็นว่ามิใช่เป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๔ วรรค ๒ ทั้งปรากฏว่าศาลแขวง ฯ มิได้ตกลงกับศาลอาญาสั่งให้ไปฟ้องศาลอาญาตามมาตรา ๒๕ ฉะนั้น ศาลแขวงฯ จึงเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ส่วนข้อความในวรรค ๓ แห่งมาตรา ๒๔ ได้บัญญัติถึงความผิดอันเกี่ยวพันกัน มีอัตราโทษอย่างสูงเสมอกัน ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ จึงไม่จำต้องวินิจฉัย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2508 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายซาโป้ว แซ่ตั้ง กับพวกรวม 8 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นายซาโป้ว แซ่ตั้ง กับพวกรวม 8 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไฉน บุญยก · จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายอุทัย บูรณสมภพ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ พันธุฟัก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 15544/2553ฎีกา 456/2506ฎีกา 3144/2527ฎีกา 3774/2532ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 1176/2519ฎีกา 1400/2538ฎีกา 391/2509ฎีกา 1908/2528ฎีกา 2771/2524ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1362/2537ฎีกา 639/2535ฎีกา 18654/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 1715/2534ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2151/2529ฎีกา 410/2546ฎีกา 1367/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา