⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3610/2562

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3610/2562

ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.185, 195, 215 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อผู้กระทำเข้าร่วมในการต่อสู้ที่เกิดความชุลมุนหรือสับสนวุ่นวาย โดยไม่ทราบว่าผู้ใดหรือฝ่ายใดเป็นผู้ทำร้าย.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปและบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่รับอันตรายสาหัส เป็นกรณีที่กฎหมายมุ่งประสงค์จะลงโทษผู้ที่เข้าร่วมในการต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป ท่ามกลางความชุลมุนหรือสับสนวุ่นวายโดยไม่ทราบว่าผู้ใดหรือฝ่ายใดเป็นผู้ทำร้าย การที่จำเลยที่ 1 กับพวกฝ่ายหนึ่ง กับจำเลยที่ 2 กับพวกอีกฝ่ายหนึ่ง สมัครใจวิวาทต่อสู้กัน ไม่ว่าจะเกิดการชุลมุนหรือไม่ การกระทำของจำเลยที่ 2 ย่อมไม่เป็นความผิดฐานดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.299 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 ประมวลกฎหมายอาญา ม.372 ประมวลกฎหมายอาญา ม.376 ประมวลกฎหมายอาญา ม.379

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 288, 299, 371, 372, 376, 379 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบอาวุธปืน แว่นกระดาษแข็งปิดปากกระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 ชิ้นส่วนหมอนกระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 ปลอกกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. รูเกอร์ ของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร ข้อหายิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ข้อหาชักหรือแสดงอาวุธปืนในการวิวาทต่อสู้ ข้อหาทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะ และข้อหาเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับอันตรายสาหัส แต่ให้การปฏิเสธข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, มาตรา 288 ประกอบมาตรา 60, 80 มาตรา 299 (ที่ถูก มาตรา 299 วรรคแรก) 371, 372, 376, 379 ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยพลาด ฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ฐานชักหรือแสดงอาวุธปืนในการวิวาทต่อสู้ ฐานทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะ และฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับอันตรายสาหัส เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยพลาดซึ่งกฎหมายเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดมีอัตราโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นเพียงฐานเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี 12 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 มาตรา 299 (ที่ถูก มาตรา 299 วรรคแรก), 371, 372, 376, 379 ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ฐานชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้ ฐานทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะ และฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับอันตรายสาหัส เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี 12 เดือน ทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 ปี 16 เดือน ริบอาวุธปืน แว่นกระดาษแข็งปิดปากกระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 ชิ้นส่วนหมอนกระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 ปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. รูเกอร์ ของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก ยกฟ้องโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 3 โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดเฉพาะฐานทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะและฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับอันตรายสาหัส เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะและฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับอันตรายสาหัสตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า สำหรับความผิดฐานทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะ โจทก์มีนางณัฏฐภัทร บุตรสะใภ้จำเลยที่ 2 เป็นพยานเบิกความยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างวัยรุ่นกลุ่มบ้านขวางกับวัยรุ่นกลุ่มบ้านกล้วย พยานเห็นจำเลยที่ 2 เดินเข้าไปหาวัยรุ่นกลุ่มบ้านกล้วย ซึ่งพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 เดินเข้าไปหาวัยรุ่นกลุ่มบ้านกล้วย ทั้ง ๆ ที่ทราบดีอยู่แล้วว่าวัยรุ่นกลุ่มบ้านขวางกับวัยรุ่นกลุ่มบ้านกล้วยมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน จำเลยที่ 2 ย่อมคาดหมายได้ว่าจะต้องเกิดเหตุวิวาทอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นอย่างแน่นอน จึงไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยที่ 2 จะต้องเดินเข้าไปหาวัยรุ่นกลุ่มบ้านกล้วย การที่จำเลยที่ 2 เดินเข้าไปหาวัยรุ่นกลุ่มบ้านกล้วยโดยไม่เกรงภัยว่าวัยรุ่นกลุ่มบ้านกล้วยจะเข้าใจว่าจำเลยที่ 2 เป็นกลุ่มคู่อริที่มุ่งจะทำร้าย จึงไม่มีทางฟังเป็นอย่างอื่นนอกจากต้องการมีเรื่องกับวัยรุ่นกลุ่มบ้านกล้วย การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการสมัครใจทะเลาะวิวาทกับวัยรุ่นกลุ่มบ้านกล้วย ส่วนที่จำเลยที่ 2 นำสืบทำนองว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ เพียงแต่เข้าไปดูนายกิตติศักดิ์บุตรชายจำเลยที่ 2 นั้น ก็เป็นการง่ายต่อการกล่าวอ้าง ทั้งหากจำเลยที่ 2 ต้องการไปตามหานายกิตติศักดิ์จริง ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยที่ 2 จะต้องเดินเข้าไปหาวัยรุ่นกลุ่มบ้านกล้วยจนถูกจำเลยที่ 1 ชกได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่นายกิตติศักดิ์อยู่ในกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มบ้านขวาง ข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะมานั้นจึงชอบด้วยเหตุผลแล้ว ส่วนกรณีความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับอันตรายสาหัสนั้น เห็นว่า บทความผิดดังกล่าวเป็นกรณีที่กฎหมายมุ่งประสงค์จะลงโทษผู้ที่เข้าร่วมในการต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป ท่ามกลางความชุลมุนหรือสับสนวุ่นวาย โดยไม่ทราบว่าผู้ใดหรือฝ่ายใดเป็นผู้ทำร้าย เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ชัดเจนว่า จำเลยที่ 1 กับพวกฝ่ายหนึ่ง กับจำเลยที่ 2 กับพวกอีกฝ่ายหนึ่งสมัครใจวิวาทต่อสู้กัน ไม่ว่าจะเกิดการชุลมุนหรือไม่ การกระทำของจำเลยที่ 2 ย่อมไม่เป็นความผิดฐานดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับอันตรายสาหัสนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้นบางส่วน และสำหรับจำเลยที่ 1 แม้จะมิได้ฎีกา แต่เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับอันตรายสาหัสแล้ว ศาลฎีกาย่อมพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ในความผิดดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง, 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 372 ปรับ 4,500 บาท ทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 3,000 บาท หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับอันตรายสาหัสเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3610/2562 พนักงานอัยการจังหวัดสุโขทัย โจทก์ นาย ก. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุโขทัย · จำเลย - นาย ก. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุริยง ลิ้มสถิรานันท์ · ธราธร ศิลปโอสถ · แก้ว เวศอุไร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายนิวัฒว์ โทรวัฒนา · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอรรจพล เพชรกาฬ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.996/2561

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 9647/2557ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 7988/2551ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 664/2520ฎีกา 647/2563ฎีกา 551/2514ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 239/2484ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา