คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2899/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดฐานช่วยผู้อื่นเพื่อให้ตนพ้นอาญา เป็นความผิดคนละกรรมกัน และต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับกับความผิดฐานช่วยผู้อื่นเพื่อให้ตนพ้นอาญา.
ย่อคำพิพากษา
แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตรวมกันมากับความผิดฐานช่วย ผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษต่อศาลจังหวัดซึ่งมีอำนาจชำระในฐานความผิดต่อ พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ โดยอ้างว่าเป็นความผิดเกี่ยวพันกัน แต่ความผิดทั้งสองฐานนี้เป็นความผิดที่แยกเป็นคนละกรรมต่างกัน กฎหมายมิได้บัญญัติเป็นข้อยกเว้นไว้ว่าในคดีความผิดที่เกี่ยวพันกันนั้น ให้ถือเอาคดีที่มีโทษสูงเป็นหลักที่จะพิจารณาว่าต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับหรือไม่ ความผิดฐานช่วย ผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษ จึงต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับ เมื่อในชั้นสอบสวนมิได้มีการขอผัดฟ้องให้ถูกต้องตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติไว้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในข้อหาความผิดฐานช่วย ผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯและฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189
ศาลชั้นต้นสั่งให้ประทับฟ้องแต่เฉพาะข้อหาความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนความผิดฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษนั้น เป็นความผิดอยู่ในอำนาจของศาลแขวง โจทก์ไม่ได้ขอผัดฟ้องไว้ จึงไม่รับฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ประทับฟ้องในข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อหาความผิดฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอยู่ในบังคับของมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 กล่าวคือ จะต้องนำวิธีพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับ ความผิดฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษกับความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดที่แยกเป็นคนละกรรมต่างกัน ความผิดฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษ จึงต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับ โดยในชั้นสอบสวนนั้นถ้าไม่อาจสอบสวนและส่งฟ้องได้ภายใน 72 ชั่วโมง ก็ต้องยื่นคำร้องขอผัดฟ้องต่อศาลเป็นคราว ๆ ไปโดยกฎหมายมิได้บัญญัติเป็นข้อยกเว้นไว้เลยว่า ในคดีความผิดที่เกี่ยวพันกันนั้นให้ถือเอาคดีที่มีโทษสูงเป็นหลักที่จะพิจารณาว่าต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับหรือไม่เมื่อข้อหาฐานช่วยผู้อื่นเพื่อไม่ให้ต้องโทษเป็นความผิดที่จะต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับ แต่ในชั้นสอบสวนมิได้มีการขอผัดฟ้องให้ถูกต้องตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในข้อหาดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นไม่ประทับฟ้องในข้อหาความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2899/2530
พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด สี คิ้ว โจทก์
นาย ยวน ยอดนิ ล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด สี คิ้ว · จำเลย - นาย ยวน ยอดนิ ล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสวก จันทร์ผ่อง · สหัส สิงหวิริยะ · สุทิน นนทแก้ว |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ