⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 827/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 827/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงโทษกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 จะกระทำได้ต่อเมื่อจำเลยเคยต้องโทษกักกันมาแล้ว หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้จำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้ง และมากระทำความผิดอีก.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้กักกันจำเลยในฐานเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย โดยจำเลยเคยทำผิดต้องโทษจำคุกอันมิใช่ประมาทหรือลหุโทษมา 4 ครั้ง และมาทำผิดฐานชิงทรัพย์อีก โจทก์จึงฟ้องขอให้กักกันจำเลยฐานเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย เมื่อคดีมาสู่ศาลฎีกาเมื่อใช้ประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าการลงโทษผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายตาม พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 นั้น มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ศาลฎีกาจึงยกบทบัญญัติใน ประมวลกฎหมายอาญาอันมีมาตรา 43, 41 เป็นต้นมาใช้แทน และชี้ว่าตาม ม.43 โจทก์มีอำนาจแยกฟ้องได้ แต่ตาม ม.41 จะลงโทษกักกันได้ต่อเมื่อจำเลยเคยต้องโทษกักกันมาแล้ว หรือเคยถูกศาลพิพากษาให้จำคุกมาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง และมาทำผิด จำเลยนี้เคยต้องโทษเกิน 6 เดือนครั้งเดียว จึงยังฟ้องให้ลงโทษกักกันจำเลย ไม่ได้ ให้ยกฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 ประมวลกฎหมายอาญา ม.43 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.8 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเคยต้องโทษให้จำคุกมาแล้วรวม ๔ ครั้ง ตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้อง ซึ่งไม่ใช่โทษฐานประมาทหรือ ลหุโทษ ครั้นวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๔๙๘ เวลากลางคืนจำเลยได้บังอาจชิงทรัพย์นายสำเริง โลจายะ และถูกพนักงานอัยการฟ้อง เป็นคดีอาญา ณ ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ๆ ตัดสินว่าจำเลยมีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๙๘, ๒๙๙, ๒๔๙, ๖๐, ๗๓ และ ๕๙ ให้จำคุก ๑๐ ปี ตามสำนวนคดีอาญาแดงที่ ๔๙๔/๒๔๙๘ นับว่าจำเลยเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย โจทก์ขอให้ศาล ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. ๒๔๗๙ และ ม.๘ และ ๙ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๘ ให้กักกันจำเลยตาม มาตรา ๙ มีกำหนด ๔ ปี เมื่อพ้นโทษจากคดีแดงที่ ๔๙๔/๒๔๙๘ จำเลยอุทธรณ์ว่ายังไม่ควรรับโทษกักกัน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์จะฟ้องแบกคดีขอให้ลงโทษกักกันจำเลยมาเป็นเอกเทศโดยมิรอให้คดีที่จำเลยทำผิดอันเป็น เหตุร้ายถึงที่สุดเสียก่อนนั้นไม่ได้ เพราะสิทธิแห่งการฟ้องร้องของโจทก์ยังไม่เกิดขึ้น จนกว่าคดีเรื่องเหตุร้ายถึงที่สุดก่อน จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ผู้พิพากษานายหนึ่งทำความเห็นแย้งว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องให้กักกันจำเลยแล้ว โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๓ โจทก์แยกฟ้องได้ แต่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๔๑ จะลงโทษกักกันจำเลยได้ จำเลยต้องเคยต้องโทษกักกันมาแล้ว หรือเคยต้องโทษมา ๖ เดือนไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง จำเลยนี้ เคยต้องโทษเกิน ๖ เดือนครั้งเดียว จึงยังลงโทษจำเลยไม่ได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 827/2500 อัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นายสงบ ฟุ้งกระจาย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสมุทรสาคร · จำเลย - นายสงบ ฟุ้งกระจาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายบัญญัติ สุชีวะ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 283/2473ฎีกา 30/2511ฎีกา 632/2513ฎีกา 1135/2497ฎีกา 122/2481ฎีกา 1291/2481ฎีกา 821/2469ฎีกา 795/2479ฎีกา 655/2488ฎีกา 475/2481ฎีกา 29/2485ฎีกา 673/2486ฎีกา 1079/2497ฎีกา 579-580/2473ฎีกา 1012/2491ฎีกา 1014/2480ฎีกา 77/2471ฎีกา 831/2485ฎีกา 432/2482ฎีกา 724/2493ฎีกา 70/2489ฎีกา 244/2484ฎีกา 1521/2503ฎีกา 948/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา