คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 849/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ศาลมีอำนาจตีความรัฐธรรมนูญได้ แม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎร
* การเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้ง "มิได้เป็นไปโดยชอบ" หมายความรวมถึงการไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย
* ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย
* รัฐธรรมนูญกำหนดให้มี ส.ส. 2 ประเภทจำนวนเท่ากันเฉพาะในวาระเริ่มแรกเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
การตีความรัฐธรรมนูญ ม.115 ศาลมีอำนาจตีความได้เพราะไม่ใช่ปัญหาอันอยู่ในวงงานของสภาฯ
คำว่า "มิได้เป็นไปโดยชอบ" ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ฯ ม.60 นั้นจะเป็นด้วยเหตุประการใด ๆ ก็ได้ เช่นมิชอบด้วยข้อเท็จจริง มิชอบด้วยข้อกฎหมายก็นับว่าอยู่ในข่ายของคำว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบทั้งสิ้น
ผู้เลือกตั้งมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบ
คำว่า "ในวาระเริ่มแรกภายในระยะเวลา 10 ปีในรัฐธรรมนูญ ม.115 เมื่อพิจารณาประกอบกับ ม.45, 46, 47 แล้วมีความหมายว่าให้มี ส.ส. 2 ประเภทจำนวนเท่ากันในวาระเริ่มแรก หาใช่ว่าต้องมี 2 ประเภทเท่ากันตลอดไปภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
ส.ส.ประเภท 2 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งขึ้นไว้แล้ว 123 คนในวันใช้บังคับรัฐธรรมนูญนั้น เป็นจำนวนตายตัวไม่มีบัญญัติให้เพิ่มหรือลดลงได้ นอกจากจะลดหรือตั้งซ่อมตาม ม.116 ในเมื่อได้ใช้บังคับรัฐธรรมนูญนี้ไปแล้ว 5 ปี ถ้ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดใดได้รับการศึกษาอบรมจบชั้นประถมศึกษา ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในจังหวัดนั้น ก็ให้ ส.ส. ประเภทที่ 2 ออกจากตำแหน่งมีจำนวนเท่าจำนวน ส.ส.ที่มีการเลือกตั้งในจังหวัดนั้น หรือในระหว่างที่มี ส.ส.ประเภท 2 ตามมาตรานี้ ถ้าตำแหน่ง ส.ส.ประเภท 2 ว่างลงโดยมิใช่การออกตามความดั่งกล่าวข้างต้น ก็ให้มีการตั้งซ่อมได้เท่า จำนวนตำแหน่งที่ว่าง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2499 ม.60 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2499 ม.61 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 ม.45 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 ม.46 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 ม.47 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 ม.112 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 ม.113 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 ม.114 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 ม.115 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 ม.116 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่อง ขอให้ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีใหม่
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งจังหวัดชลบุรี เห็นว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐ เป็นไปโดยมิชอบ เพราะ ส.ส.ประเภทที่ ๑ สำหรับจังหวัดชลบุรีซึ่งคราวก่อนมีจำนวน ๑ คน คราวนี้เป็น ๒ คน ได้แก่ พล.ต.ศิริ และพ.อ.ประยงค์ เพิ่มขึ้นกว่าเดิม ทำให้จำนวนรวมของ ส.ส.ประเภทที่ ๑ ล้น จำนวน ๑๒๓ คน ไม่เท่ากันกับจำนวน ส.ส.ประเภทที่ ๒ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.๑๑๕ จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้ง จังหวัดชลบุรี ใหม่
ผู้คัดค้านทั้งสามยื่นคำคัดค้านใจความต้องกันว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิจะยื่นคำร้องต่อศาลและการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง จังหวัดชลบุรีดังกล่าวเป็นไปโดยชอบ เพราะจังหวัดชลบุรีมีราษฎรเกินกว่าสามแสนเศษ เลือกตั้ง ส.ส.ประเภทที่ ๑ ได้ ๒ คน ไม่เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ
คดีนี้เถียงกันเฉพาะข้อกฎหมาย คู่ความจึงไม่สืบพยาน
ในประเด็นข้อแรก ผู้คัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิจะยื่นคำร้องต่อศาลด้วยเหตุ ๓ ประการ
(๑) กรณีเป็นเรื่องขอให้ตีความรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลไม่มีอำนาจตีความ เป็นอำนาจของสภา ฯ โดยเฉพาะ ตามรัฐธรรมนูญ ม.๑๑๒
(๒) พ.ร.บ.การเลือกตั้งฯ ม.๖๐ เป็นกฎหมายพิเศษให้ร้องคัดค้านการเลือกตั้งเมื่อเห็นว่า "มิได้เป็นไปโดยชอบ" ซึ่งหมายถึงเป็นการฝ่าฝืนเฉพาะตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งฯ โดยตรงเท่านั้น แต่คดีนี้ผู้ร้องหาได้ร้องตาม กฎหมายเลือกตั้ง หากแต่ร้องว่าการเลือกตั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวข้องกันเลย
(๓) ผู้ร้องไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการขอให้ตีความในรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่สิทธิหรือหน้าที่ของผู้ร้องที่จะใช้ สิทธิทางศาล การร้องของผู้ร้องจึงขัดกับ ป.วิ.แพ่ง ม.๕๕
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อตัดคำร้องในประการที่ ๑ - ๒ รวมกัน
ตามรัฐธรรมนูญ ม.๑๑๒, ๑๑๓, ๑๑๔ และ พ.ร.บ.การเลือกตั้งฯ ม.๖๐ เห็นว่าเป็นอำนาจของสภา ฯ โดยเฉพาะที่จะตีความรัฐธรรมนูญ อันอยู่ในวงงานของสภาฯแต่ถ้ามิได้อยู่ในวงงานของสภาแล้ว ก็มิได้อยู่ในข่ายนั้น
ผู้เลือกตั้งมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล เมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบ
คำว่า "มิได้เป็นไปโดยชอบ" จะเป็นด้วยเหตุประการใด ๆ ก็ตาม เช่นมิชอบด้วยข้อเท็จจริง มิชอบด้วยข้อกฎหมาย ก็นับ ว่าอยู่ในข่ายของคำว่าผู้ร้องเห็นว่าการเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยชอบได้ทั้งสิ้น ศาลชอบที่จะพิจารณา พิพากษาได้ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ฯ ม.๖๐ - ๖๑ ประกอบด้วยรัฐธรรมนูญ ม.๑๑๔ เมื่อศาลเห็นว่าบทบัญญัตินั้นไม่ขัดแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ ก็ดำเนินการพิจารณาพิพากษาไปได้ทีเดียว หากเห็นว่าขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลจะทำความเห็น เช่นว่านั้นไปตามทางการและรับเอาคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญมาเป็นข้อพิพาทชี้ขาดในคดีซึ่งจะเป็นโดยวิธีใดก็ ตาม เมื่อสรุปแล้วก็จะต้องบังคับคดีไปในรูปเลือกตั้ง คือโดยคำพิพากษาชี้ขาดของศาลทั้งสิ้น
ศาลฎีกาจึงเห็นว่าผู้ร้องสิทธิจะยื่นคำร้องต่อศาล เมื่อเป็นการใช้สิทธิทางศาลเกี่ยวด้วยข้อโต้แย้งเช่นนี้แล้วก็ตรงตามลักษณะ ที่ระบุไว้ใน ป.วิ.แพ่ง ม.๕๕
ข้อตัดคำร้องของผู้ร้องฟังไม่ขึ้นทั้ง ๓ ประการ
"ในประเด็นข้อหลังปัญหาว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งจังหวัดชลบุรี เมื่อ ๒๖ ก.พ. ๒๕๐๐ เลือกได้ ส.ส.ประเภทที่ ๑ สองคน ถูกต้องตามเกณฑ์จำนวนราษฎรตามพ.ร.บ.การเลือกตั้ง ฯ ม.๗ นั้น จะขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ม.๑๑๕ เพียงไรหรือไม่
คำว่า "ในวาระเริ่มแรกภายในระยะเวลาสิบปี" ในรัฐธรรมนูญ ม.๑๑๕ เมื่อพิจารณาประกอบกับ ม.๔๕, ๔๖, ๔๗ แล้ว มีความหมายว่าให้มี ส.ส. ๒ ประเภท จำนวนเท่ากันในวาระเริ่มแรก หาใช่ว่าต้องมี ๒ ประเภทเท่ากันตลอดไปภายใน ระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ปี
ศาลฎีกาพิจารณาตัวบทรัฐธรรมนูญโดยตลอดแล้ว เห็นว่า ส.ส.ประเภทที่ ๒ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขึ้นไว้ แล้ว ๑๒๓ คน ในวันที่ใช้บังคับรัฐธรรมนูญนั้นเป็นจำนวนตายตัว ไม่มีบัญญัติให้เพิ่มหรือลดลงได้ นอกจากจะลดหรือตั้ง ซ่อมตาม ม.๑๑๖ ในเมื่อได้ใช้บังคับรัฐธรรมนูณนี้ไปแล้ว ๕ ปี ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดใดได้รับการศึกษา อบรมจบ ชั้นประถมศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดในจังหวัดนั้น ก็ให้ ส.ส.ประเภทที่ ๒ ออกจากตำแหน่งมีจำนวนเท่าจำนวน ส.ส.ที่มีการเลือกตั้งในจังหวัดนั้น หรือในระหว่างที่มี ส.ส. ประเภท ๒ ตามมาตรานี้ตำแหน่ง ส.ส.ประเภทที่ ๒ ว่างลง โดยมิใช่การออกตามความดังกล่าวข้างต้นก็ให้มีการตั้งซ่อมได้ เท่าจำนวนตำแหน่งที่ว่าง
ฉะนั้นในการเลือกตั้ง ส.ส.ประเภทที่ ๑ รอบใหม่ เมื่อ ๒๖ ก.พ. ๒๕๐๐ ซึ่งอนุวัตรตามรัฐธรรมนูญ ม.๔๖, ๔๗ จึงไม่จำต้องให้มี เพียง ๑๒๓ คนเท่าประเภทที่ ๒ ดังคำกล่าวอ้างของผู้ร้อง ไม่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
และอ้างตามบัดทัดฐานซึ่งวินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ในคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๔๓ - ๘๔๘/๒๕๐๐ ระหว่าง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กับพวก โจทก์ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครกับพวกจำเลย
ศาลฎีกาให้ยกคำร้องของผู้ร้อง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 849/2500
นายละออ อารมณ์ชื่น ผู้ร้อง
นายแสวง รุจิรัต (ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี) ที่ 1, พลตรี ศิริ, สิริโยธิน ที่ 2, พ.อ.
ประยงค์ เฉลิมสุข ที่ 3 ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายละออ อารมณ์ชื่น · พ.อ. - นายแสวง รุจิรัต (ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี) ที่ 1, พลตรี ศิริ, สิริโยธิน ที่ 2, · ผู้คัดค้าน - ประยงค์ เฉลิมสุข ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา