⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 989/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989/2500

ป.พ.พ. ม.420, 421, 1357 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน ย่อมมีสิทธิหวงกันมิให้ผู้อื่นเข้าเกี่ยวข้อง หรือรบกวนการครอบครองนั้น การที่บุคคลอื่นเข้าไปปลูกข้าวในที่ดินที่ผู้อื่นครอบครองอยู่ก่อน โดยรู้ว่าผู้นั้นเข้าทำอยู่แล้ว ถือเป็นการละเมิด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของและปกครองที่พิพาทอยู่ ได้อนุญาตให้โจทก์ใช้ที่ดินเพาะพันธ์ข้าวได้แล้ว โจทก์ก็มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะใช้ดินนั้นได้ เมื่อโจทก์สับถางที่ดินไว้เรียบร้อยแล้ว จำเลยที่ 2 แม้มีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ด้วยในที่พิพาท กลับเข้าไปแย่งปลูกข้าวในที่ดินนั้นโดยรู้อยู่แล้วว่าโจทก์เข้าทำอยู่ก่อน การกระทำของจำเลยที่ 2 ย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1358 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ละเมิด เรียกค่าเสียหาย ได้ความว่าจำเลยที่ ๑ เอาที่ดินซึ่วจำเลยที่ ๒ มีกรรมสิทธิร่วมอยู่ด้วยไปให้โจทก์อาศัยเพาะพันธ์ข้าวโดยจำเลยที่ ๒ไม่ได้รู้เห็นยิมยอมด้วย ศาลชั้นต้นเห็นว่าการอาศัยของโจทก์เป็นการได้มาซึ่งทรัพย์สิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สมบรูณ์ตามกฎหมาย พิพาษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ ๒ แม้จะเป็นเจ้าของร่วมก็ไม่มีอำนาจเข้าแย่งทำ โดยรู้อยู่แล้วว่าโจทก์ได้เข้ามาลงทุนลงแรงทำไว้โดยสุจริต จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ได้รุ้เห็นด้วยในการที่จำเลยที่ ๒ เข้าแย่งทำ จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิด พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๑๙๙ บาท ส่วนคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีขึ้นมาสู่ศาลฏีกาเฉพาะข้อกฎหมายข้อเดียว ตามที่จำเลยที่ ๒ ฏีกาวาจำเลยที่ ๑ เอาที่ดินขึ่งจำเลยที่ ๒ ไม่ได้รู้เห็นยิมยอมด้วย เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด โดยอ้าง ป.พ.พ.มาตรา ๑๓๕๗-๑๓๕๘-๑๓๖๐ ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จะฟังว่าจำเลยที่ ๒ มีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ด้วยก็ดี แต่ปรากฎว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ปกครองที่พิพาทอยู่ เมื่อโจทก์ได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ ๑ ให้ใช้ที่ดินนั้นได้ เมื่อโจทก์สับถางที่ดินไว้เรียบร้อยแล้ว จำเลยที่ ๒ กลับเข้าไปแย่งปลูกข้าวในที่ดินนั้นโดยรู้อยู่แล้วว่าโจทก์เข้าทำอยู่ก่อน จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989/2500 นางหอย มณีตรี โจทก์ นายจวง ตันยุชล ที่ 1 นายจวง ตันยุชลที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหอย มณีตรี · จำเลย - นายจวง ตันยุชล ที่ 1 นายจวง ตันยุชลที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์นายฉาย อยู่ยืนยง · นายสวัสดิ์ พาณิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 1593/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา