⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1057-1058/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1057-1058/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซื้อที่ดินที่รู้ว่ามีบุคคลอื่นครอบครองที่ดินส่วนนั้นจนได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์มาก่อน ถือว่าซื้อไว้โดยไม่สุจริต ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ครอบครองนั้น

ย่อคำพิพากษา

ผู้ที่ซื้อที่ดินมีโฉนดมาโดยเสียค่าตอบแทน และจดทะเบียนสิทธิแล้วมีการรังวัด จึงปรากฎว่าที่ดินส่วนหนึ่งมีคนครอบครองมาเกิน 10 ปีได้กรรมสิทธิ์ทั้งก่อนที่จะซื้อที่ดินแปลงนั้นตนก็รู้ว่าเขาครอบครองที่ดินส่วนนั้นอยู่ ดังนี้ ถือว่า ผู้ซื้อซื้อไว้โดยไม่สุจริต จึงหามีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ที่ครอบครองที่ดินส่วนนั้นจนได้กรรมสิทธิแล้วไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.6 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ๒ สำนวนนี้คู่ความพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงเดียวกัน ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินเนื้อที่ ๖ ไร่ โจทก์ได้หักล้างถางพงทำให้ที่ดินเกิดประโยชน์มา ๒๕ ปีแล้ว ไม่มีผู้ใดคัดค้าน โจทก์ได้ทำประโยชน์ครอบครองมาโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จำเลยบุกรุกตัดรั้วด้านใต้และเหนือเข้ามาปักเสาหินตัดตอนที่ดินของโจทก์เป็นเนื้อที่ ๓ ไร่ ๑ งาน ๖๐ วา ขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ ให้จำเลยออกไปและใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทอยู่ในโฉนด ๖๕๘ ซึ่งเป็นของนายฮวดและนายเท้งบุตรของจำเลย ซื้อมาจากหม่อมทร ได้ทำหนังสือซื้อขายและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๘ โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน แม้โจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองมาก็ใช้ยันแก่ผู้ซื้อมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนไม่ได้ สำนวนที่สอง โจทก์ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยในคดีแรก ได้ฟ้องโจทก์ในคดีแรกว่าโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนด ๖๕๘ โดยรับซื้อมาจากหม่อมพร ได้ทำหนังสือซื้อขายและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อ ๑๒ ก.ย.๙๘ โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน โจทก์ทำการรังวัดแบ่งที่ดินปรากฎว่าจำเลยบุกรุกที่ดินโจทก์ ๒ ไร่ ๒ งาน ๒๐ วา จึงขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินพิพาท จำเลยได้ครอบครองเป็นเจ้าของมาช้านานอันมีข้อความทำนองเดียวกับที่ยื่นฟ้องไว้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านางใช่กิม นายประสานโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยครอบครองตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๓๘๒ ให้ยกฟ้องคดีนายฮวดกับพวกเป็นโจทก์ จำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ในสำนวนที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ในสำนวนที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างว่า นางใช่กิม นายประสานโจทก์ ได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี นายย่งเซ็งกับพวก จำเลยได้มาเช่าที่ดินโฉนด ๖๕๘ ทำประโยชน์อยู่ก่อนแล้วได้เห็นนางใช่กิม นายประสานโจทก์ครอบครองที่พิพาทมาก่อนจะซื้อที่ดินโฉนด ๖๕๔ นานแล้ว ถือว่านายย่งเซ็งกับพวกจำเลยเป็นผู้ไม่สุจริต จึงยก ป.พ.พ.มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ มาใช้บังคับไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1057 - 1058/2501 นางใช่กิม ตันพาณิชย์ กับพวก โจทก์ นายย่งเซ็ง แซ่ลิ้ม กับพวก จำเลย นายฮวด แซ่ลิ้ม (โดยนายสวัสดิ์ บิดา) กับพวก โจทก์ นางใช่กิม ตันพาณิชย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางใช่กิม ตันพาณิชย์ กับพวก · จำเลย - นายย่งเซ็ง แซ่ลิ้ม กับพวก · โจทก์ - นายฮวด แซ่ลิ้ม (โดยนายสวัสดิ์ บิดา) กับพวก · จำเลย - นางใช่กิม ตันพาณิชย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · มนูภันย์วิมลสาร · วุฒิศักดิ์เนตินาท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายอุดม ทันด่วน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถไพศาลศรุดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา