คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1057-1058/2501
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซื้อที่ดินที่รู้ว่ามีบุคคลอื่นครอบครองที่ดินส่วนนั้นจนได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์มาก่อน ถือว่าซื้อไว้โดยไม่สุจริต ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ครอบครองนั้น
ย่อคำพิพากษา
ผู้ที่ซื้อที่ดินมีโฉนดมาโดยเสียค่าตอบแทน และจดทะเบียนสิทธิแล้วมีการรังวัด จึงปรากฎว่าที่ดินส่วนหนึ่งมีคนครอบครองมาเกิน 10 ปีได้กรรมสิทธิ์ทั้งก่อนที่จะซื้อที่ดินแปลงนั้นตนก็รู้ว่าเขาครอบครองที่ดินส่วนนั้นอยู่ ดังนี้ ถือว่า ผู้ซื้อซื้อไว้โดยไม่สุจริต จึงหามีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ที่ครอบครองที่ดินส่วนนั้นจนได้กรรมสิทธิแล้วไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดี ๒ สำนวนนี้คู่ความพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงเดียวกัน ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินเนื้อที่ ๖ ไร่ โจทก์ได้หักล้างถางพงทำให้ที่ดินเกิดประโยชน์มา ๒๕ ปีแล้ว ไม่มีผู้ใดคัดค้าน โจทก์ได้ทำประโยชน์ครอบครองมาโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จำเลยบุกรุกตัดรั้วด้านใต้และเหนือเข้ามาปักเสาหินตัดตอนที่ดินของโจทก์เป็นเนื้อที่ ๓ ไร่ ๑ งาน ๖๐ วา ขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ ให้จำเลยออกไปและใช้ค่าเสียหาย
จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทอยู่ในโฉนด ๖๕๘ ซึ่งเป็นของนายฮวดและนายเท้งบุตรของจำเลย ซื้อมาจากหม่อมทร ได้ทำหนังสือซื้อขายและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๘ โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน แม้โจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองมาก็ใช้ยันแก่ผู้ซื้อมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนไม่ได้
สำนวนที่สอง โจทก์ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยในคดีแรก ได้ฟ้องโจทก์ในคดีแรกว่าโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนด ๖๕๘ โดยรับซื้อมาจากหม่อมพร ได้ทำหนังสือซื้อขายและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อ ๑๒ ก.ย.๙๘ โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน โจทก์ทำการรังวัดแบ่งที่ดินปรากฎว่าจำเลยบุกรุกที่ดินโจทก์ ๒ ไร่ ๒ งาน ๒๐ วา จึงขอให้ขับไล่
จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินพิพาท จำเลยได้ครอบครองเป็นเจ้าของมาช้านานอันมีข้อความทำนองเดียวกับที่ยื่นฟ้องไว้
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านางใช่กิม นายประสานโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยครอบครองตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๓๘๒ ให้ยกฟ้องคดีนายฮวดกับพวกเป็นโจทก์
จำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ในสำนวนที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยในสำนวนแรกและโจทก์ในสำนวนที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างว่า นางใช่กิม นายประสานโจทก์ ได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี นายย่งเซ็งกับพวก จำเลยได้มาเช่าที่ดินโฉนด ๖๕๘ ทำประโยชน์อยู่ก่อนแล้วได้เห็นนางใช่กิม นายประสานโจทก์ครอบครองที่พิพาทมาก่อนจะซื้อที่ดินโฉนด ๖๕๔ นานแล้ว ถือว่านายย่งเซ็งกับพวกจำเลยเป็นผู้ไม่สุจริต จึงยก ป.พ.พ.มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ มาใช้บังคับไม่ได้ พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1057 - 1058/2501
นางใช่กิม ตันพาณิชย์ กับพวก โจทก์
นายย่งเซ็ง แซ่ลิ้ม กับพวก จำเลย
นายฮวด แซ่ลิ้ม (โดยนายสวัสดิ์ บิดา) กับพวก โจทก์
นางใช่กิม ตันพาณิชย์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางใช่กิม ตันพาณิชย์ กับพวก · จำเลย - นายย่งเซ็ง แซ่ลิ้ม กับพวก · โจทก์ - นายฮวด แซ่ลิ้ม (โดยนายสวัสดิ์ บิดา) กับพวก · จำเลย - นางใช่กิม ตันพาณิชย์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติธรรมประกรณ์ · มนูภันย์วิมลสาร · วุฒิศักดิ์เนตินาท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายอุดม ทันด่วน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถไพศาลศรุดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา