คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2501
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะงดสืบพยานในคดีแพ่ง โดยถือเอาข้อเท็จจริงจากสำนวนคดีอาญาและเอกสารที่คู่ความส่งอ้างในคดีแพ่งเท่านั้นมาเป็นข้อเท็จจริงในการพิพากษา จะไม่เพียงพอหากในคดีอาญาศาลยังมิได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดินพิพาทส่วนที่เลยขึ้นไปทางด้านเหนือ.
ย่อคำพิพากษา
ในคดีอาญาศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยฐานบุกรุกโดยจำเลยขึงลวดหนามรุกล้ำเข้าไปในบริเวณที่ดินบางส่วนของโจทก์ต่อมาโจทก์มาฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่จำเลยบุกรุกและให้ออกจากที่ดินส่วนเลยขึ้นไปทางด้านหนืออีก ซึ่งในคดีอาญาเดิมนั้น ศาลฎีกายังมิได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดินส่วนที่เลยขึ้นไปทางด้านเหนือ เช่นนี้ ศาลจะงดสืบพยานทั้งสองฝ่าย โดยถือเอาข้อเท็จจริงในสำนวนคดีอาญาและเอกสารที่คู่ความส่งอ้างในคดีแพ่งเท่านั้นมาเป็นข้อเท็จจริงในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งหาเพียงพอไม่ เพราะในคดีอาญาศาลยังมิได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดินพิพาทส่วนที่เลยขึ้นไปทางด้านเหนือนั้นเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกยึดถือเอาที่ดินบางส่วนของโจทก์โดยทำลายหลักเขตแล้วขึงลวดหนามรุกล้ำเข้าไปในบริเวณที่ดินของโจทก์ ตามแผนที่ท้ายฟ้อง โจทก์ได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีอาญาต่อจำเลย คดีอาญาถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยฐานบุกรุกตามสำนวนคดีอาญาแดงที่ ๑๗๐/๒๔๙๗ ของศาลจังหวัดตรัง แต่จำเลยไม่ยอมรื้อรั้วลวดหนามและสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยบุกรุกในที่ของโจทก์ ขอให้ขับไล่จำเลยให้รื้อสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไป
จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยทางครอบครองปรปักษ์ คดีโจทก์ขาดอายุความ และว่าแผนที่ท้ายฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้อง
คู่ความรับกันว่าแผนที่กลางของที่พิพาทในคดีอาญาแดงที่ ๑๗๐/๒๔๙๗ นั้นถูกต้อง จึงไม่ต้องทำแผนที่กลางใหม่อีก
โจทก์จำเลยต่างอ้างพยานเอกสาร และโจทก์อ้างสำนวนคดีอาญาแดงที่ ๑๗๐/๒๔๙๗ ตลอดจนเอกสารของฝ่ายโจทก์ในคดีอาญานั้นทั้งหมดแล้วโจทก์จำเลยแถลงว่าพยานที่อ้างสืบนอกจากปรากฎในบัญชีพยานในคดีอาญานั้นแล้ว โจทก์จำเลยได้อ้างเพิ่มในคดีนี้เพื่อสืบเกี่ยวกับการได้มาและครอบครองที่ดินพิพาทเพิ่มเติมจากที่สืบแล้ว
แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงงดสืบพยาน ๒ ฝ่ายโดยให้นำสำนวนคดีอาญาแดงที่ ๑๗๐/๒๔๙๗ มาประกอบการวินิจฉัย
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การพิพากษาคดีนี้ต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคดีอาญาและฟังตามเอกสารที่คู่ความส่งอ้างและว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้ขับไล่จำเลยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ในที่พิพาท ห้ามมิให้จำเลยกับบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ในคดีอาญาเรื่องนั้น โจทก์ฟ้องเพียงว่าจำเลยบังอาจทำลายหลักเขตเครื่องหมายที่ดินแล้วขึงลวดหนามรุกล้ำเข้ามาในบริเวณที่ดินของโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยในคดีอาญาเรื่องนั้น แต่เพียงว่า จำเลยได้บุกรุกและขึงลวดหนามรุกล้ำเข้าไปในบริเวณที่ดินอันเป็นของโจทก์ แต่ในคดีแพ่งนี้ที่ดินซึ่งคู่ความพิพาทกันยังมีที่ดินเลยขึ้นไปทางด้านเหนืออีก ซึ่งศาลฎีกายังมิได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงในคดีอาญาเรื่องนั้นเกี่ยวกับที่ดินส่วนที่เลยขึ้นไปทางด้านเหนือ ในคดีแพ่งนี้จึงมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาถึงที่ดินตอนที่กล่าวนี้ตามประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกันนั้นต่อไป จะอาศัยแต่ข้อเท็จจริงในสำนวนคดีอาญาและเอกสารที่คู่ความส่งอ้างมาวินิจฉัยหาเพียงพอไม่
พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อไปตามนัยข้างต้นแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2501
คณะลูกเสือแห่งชาติ โจทก์
นายอ่ำ จิตรา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - คณะลูกเสือแห่งชาติ · จำเลย - นายอ่ำ จิตรา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติธรรมประกรณ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · วุฒิศักดิ์เนตินาท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายแถมชัย สิทธิไตรย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา